
มือถือครึ่งปีแรกแข่งจอใหญ่-ราคาระดับกลาง
ตลาดอุปกรณ์ทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต กลายเป็นเนื้อชิ้นโตที่ผู้ค้าทุกรายทั้งจากฝั่งโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือกับฝั่งไอที ต่างกระโดดเข้าร่วมวงชิงส่วนแบ่งตลาดปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 15-20% หรือมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยตลาดคาดว่าจะแบ่งเป็นโทรศัพท์มือถือ 1618 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นสมาร์ตโฟนประมาณ 50% หรือคิดเป็น 89 ล้านเครื่อง และแบ่งเป็นแท็บเล็ตที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเครื่อง แต่ระหว่างนี้อยู่ในช่วงที่หลายแบรนด์รอเปิดตัวรุ่นท็อปตัวใหม่ ดังนั้นตลาดในช่วงครึ่งปีแรกจึงเป็นการแข่งขันกันของเครื่องตัวรองระดับกลาง
ตลาดอุปกรณ์ทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต กลายเป็นเนื้อชิ้นโตที่ผู้ค้าทุกรายทั้งจากฝั่งโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือกับฝั่งไอที ต่างกระโดดเข้าร่วมวงชิงส่วนแบ่งตลาดปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 15-20% หรือมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยตลาดคาดว่าจะแบ่งเป็นโทรศัพท์มือถือ 1618 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นสมาร์ตโฟนประมาณ 50% หรือคิดเป็น 89 ล้านเครื่อง และแบ่งเป็นแท็บเล็ตที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านเครื่อง แต่ระหว่างนี้อยู่ในช่วงที่หลายแบรนด์รอเปิดตัวรุ่นท็อปตัวใหม่ ดังนั้นตลาดในช่วงครึ่งปีแรกจึงเป็นการแข่งขันกันของเครื่องตัวรองระดับกลาง
แนวโน้มดังกล่าว สะท้อนได้จากงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2013 ซึ่งจัดขึ้นทุกช่วงต้นปี โดยถือเป็นงานที่หลายแบรนด์รอ เพราะช่วงต้นปีเหมาะสำหรับการล้างสต๊อกสินค้าเดิม จึงมีโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตจากปีที่ผ่านมาหลายรุ่นมาลดราคา ก่อนจะมีรุ่นใหม่ๆ เข้ามาในช่วงต้นไตรมาส 2 นี้
โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า งานต้นปีนี้โทรศัพท์มือถือแทบทุกแบรนด์เข้ามาร่วมงานด้วย แม้จะยังไม่มีมือถือรุ่นใหม่ แต่ก็เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่าไฮไลต์ของงานคือเครื่องราคาระดับกลาง และการล้างสต๊อกสินค้านั่นเอง และงานโมบายครั้งนี้ยังได้เห็นการแข่งขันอย่างดุเดือดของตัวแทนจำหน่ายที่ต้องพยายามสร้างจุดยืน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ให้บริการมือถืออย่าง เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ลงมาทำตลาดเครื่องเอง
สำหรับจุดเด่นที่เครื่องราคากลาง 8,0001.2 หมื่นบาท ได้รับความนิยมมาก นอกจากสินค้าเด่นในแต่ละแบรนด์ยังมาไม่ถึง โดยคาดว่าจะเปิดตัวประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย. แล้ว แนวโน้มที่ผู้ใช้จำนวนมากจะซื้อเครื่องไปให้พ่อแม่ได้ใช้สมาร์ตโฟนกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมากจนน่าสนใจ เท่ากับว่าจากนี้ไปยอดผู้ใช้สมาร์ตโฟนจะขยายฐานไปสู่คนอายุ 50 ขึ้นไปมากขึ้น และมีความเป็นไปได้สูงที่เครื่องหน้าจอขนาดใหญ่ 5 นิ้วขึ้นไปจะได้รับความนิยมตามไปด้วย เพราะหน้าจอใหญ่ใช้งานได้ง่ายกว่า
“ครึ่งปีแรกต้องรอถึงเดือน พ.ค. จึงจะเริ่มมีเครื่องระดับท็อปรุ่นใหม่วางตลาด ดังนั้นช่วงนี้จะเป็นตลาดระดับกลางเป็นหลัก ทำให้โมบาย เอ็กซ์โป วางแผนที่จะจัดงานอีกครั้งช่วงเดือน พ.ค. เพื่อมารองรับตลาดเครื่องใหม่” โอภาส กล่าว
วิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดเผยว่า สินค้าหลักของซัมซุงคือ กาแล็กซี่ แกรนด์ และกาแล็กซี่ เอส 3 มินิ ซึ่งเป็นตัวราคาระดับกลาง และยังมีกาแล็กซี่ โน้ต 2 ที่ราคายังอยู่ที่ 2.29 หมื่นบาท ยังได้รับความนิยมอยู่ โดยผู้ใช้มีทั้งซื้อทดแทนเครื่องเดิมที่ใช้อยู่ และซื้อไปให้พ่อแม่เป็นของขวัญใช้แทนโทรศัพท์มือถือ ยกระดับไปสู่การใช้สมาร์ตโฟนมากขึ้น
“สมาร์ตโฟนกลายเป็นตลาดหลักที่มีบทบาทต่อการเติบโตของตลาดรวม ระดับราคาหมื่นขึ้นไปมียอดขายที่ดีมาก ส่งผลให้ตลาดมือถือในปีนี้เติบโตได้ดี” วิชัย กล่าว
ฑิตพล จันทรอุไร ผู้จัดการฝ่ายอำนวยการผลิตภัณฑ์ บริษัท สามารถ ไอโมบาย เปิดเผยว่า ไอโมบาย ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มามุ่งเน้นสมาร์ตโฟนอย่างชัดเจน โดยจะเพิ่มสัดส่วนการขายสมาร์ตโฟนเป็น 70% ของยอดขายทั้งหมดที่ตั้งเป้าไว้ 3.2 ล้านเครื่องในปีนี้ ซึ่งจากการเปิดตัว ไอโมบาย ไอคิว 6 ก่อนหน้านี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ในงานโมบาย เอ็กซ์โป ตั้งเป้าไว้ 2,000 เครื่อง คาดว่าจะขายหมดแน่นอน ทำให้เห็นแนวโน้มตลาดลูกค้านิยมหน้าจอขนาดใหญ่ ใช้งานสะดวก
ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่ยังรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม มาเลเซีย ที่มีการสั่งซื้อไอโมบาย ไอคิว 6 ด้วยเช่นกัน ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจนว่าคุณภาพเครื่องดีเทียบเท่าอินเตอร์แบรนด์ ราคาสามารถแข่งขันได้ และน่าจะเป็นทางออกสำหรับเฮาส์แบรนด์ของไทยในการทำตลาด
งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป มีแบรนด์มือถือมาออกบูธเป็นจำนวนมาก สำหรับโนเกีย เน้นขายลูเมีย 920 และ 620 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 8 ส่วนแบล็คเบอร์รี่หรือ บีบี นำมือถือรุ่นเดิมมาจำหน่าย เนื่องจากระบบ บีบี 10 ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ โมโตโรล่า ลดราคารุ่น เรเซอร์และเรเซอร์แม็กซ์ ราคา 9,900 และ 1.19 หมื่นบาท ตามลำดับ เอเซอร์วางจำหน่าย ลิควิด ซี 1 สมาร์ตโฟน ชิปอะตอมจากอินเทล ราคา 9,990 บาท และยังมีแบรนด์อื่นๆ เช่น โซนี่, เอชทีซี, แอลจี และออปโป คาดว่าจะมีเงินสะพัด 1,600 ล้านบาท คนร่วมงานกว่า 6 แสนคน ช่วงจัดงาน 4 วันถึงวันที่ 10 ก.พ.นี้







