
ค้าข้ามชาติเสริมแกร่งSME
การค้าระหว่างประเทศมีส่วนสูง.
การค้าระหว่างประเทศมีส่วนสูง.
ช่วยดันเอสเอ็มอีก้าวสู่ความสำเร็จ.เอสเอ็มอีที่มุ่งหน้าเปิดตลาดต่างประเทศมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่า
บริษัทวิจัย เอชไอเอส ในสหรัฐ เปิดเผยผลรายงานซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ในสหรัฐ ระบุว่า ความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศมีส่วนผลักดันให้เกิดความสำเร็จของบรรดาบริษัทธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลก
ผลสำรวจดังกล่าวซึ่งครอบคลุม 12 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ระบุว่า บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ดำเนินการค้าระหว่างประเทศด้วยนั้น มีโอกาสที่จะพบกับความสำเร็จมากกว่าเอสเอ็มอีที่มีฐานธุรกิจอยู่ในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว
รายงานระบุว่า 26% ของบริษัทที่ทำการค้าเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศด้วยนี้ ได้พบกับความสำเร็จสูงมากกว่าอีก 13% ที่เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่แต่ในประเทศเพียงอย่างเดียว
บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศด้วยนั้นต่างให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศช่วยให้บริษัทเหล่านี้ขยายตลาดไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้ และยังทำให้บริษัทให้บริการสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
“จากผลสำรวจบริษัทต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่จีน อินเดีย และญี่ปุ่น เราได้เห็นว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างมากระหว่างผลการดำเนินการทางธุรกิจที่พัฒนาขึ้นกับการค้าข้ามพรมแดน” เจอร์รี สู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว
ทั้งนี้ จากผลสำรวจยังพบว่า บริษัทเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในด้านการส่งออกยังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะขยายธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ต้องเผชิญหน้าในการทำการค้าระหว่างประเทศนั้นก็คือ การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดต่างประเทศที่เป็นไปได้ยาก และยังมีปัญหาด้านศุลกากร ตลอดจนปัญหาการสร้างฐานลูกค้าในประเทศอื่น
รายงานระบุด้วยว่า เอสเอ็มอีจากจีนมีปริมาณการทำการค้าระหว่างประเทศในระดับสูงที่สุด แต่ทว่าเอสเอ็มอีญี่ปุ่นนั้นกลับไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรจากปัญหาในสภาพเศรษฐกิจมหภาคของญี่ปุ่น ส่วนเอสเอ็มอีในอินเดียต่างเจอกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศที่ยังเป็นจุดอ่อน และสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่แกร่งนัก







