posttoday
บอร์ดธปท.ยันอำนาจลดดอกเบี้ยคือ กนง.

บอร์ดธปท.ยันอำนาจลดดอกเบี้ยคือ กนง.

05 กุมภาพันธ์ 2556

บอร์ดธปท.ยืนยันอำนาจการตัดสินลดดอกเบี้ยอยู่ที่ "กนง." ชี้คลังส่งหนังสือถึงประธานบอร์ดธปท.ให้ดูแลหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย

บอร์ดธปท.ยืนยันอำนาจการตัดสินลดดอกเบี้ยอยู่ที่ "กนง." ชี้คลังส่งหนังสือถึงประธานบอร์ดธปท.ให้ดูแลหมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย 

ปัญหาเงินทุนไหลเข้าที่เริ่มกระทบเงินบาทแข็งค่า ทำให้แรงกดดันธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จากรัฐบาลให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงจากปัจจุบันที่ 2.75% เพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ได้ส่งหนังสือกระทรวงการคลังถึง นายวีรพงษ์ รามางกรู ประธานบอร์ด ธปท.เพื่อให้นำหารือในที่ประชุมบอร์ด ธปท. ถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ผลกระทบที่จะมีต่อระบบเศรษฐกิจของธปท. เพราะคลังมองว่านอกจากกฎหมายจะกำหนดให้ธปท.ทำหน้าที่ในการเป็นธนาคารกลาง รักษาเสถียรภาพการเงิน สถาบันการเงิน และการชำระเงินแล้ว ธปท.ต้องคำนึงถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย โดยกำชับให้ประธานบอร์ด ธปท.ตอบกลับหนังสือด้วย

พร้อมกันนี้ รมว.คลังยังแสดงความเป็นห่วง ระดับหนี้สะสมของธปท.ที่เพิ่มขึ้นทุกปีด้วย โดยเมื่อปี 2554 มียอดขาดทุนสะสมประมาณ 4 แสนล้านบาท แต่สิ่งที่น่าห่วง คือ เมื่อมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาก็มาแลกเป็นเงินบาทเข้ามา ทำให้เงินบาทล้นระบบธปท.ต้องมีภาระออกพันธบัตรดูดซับสภาพคล่องให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยมีต้นทุนออกพันธบัตรดอกเบี้ย 2.75% แต่พอนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ปัจจุบันมีอยู่ถึง 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ไปลงทุนกลับได้ผลตอบแทนไม่ถึง 1% ทำให้ธปท.มีดอกเบี้ยจ่ายมากกว่าดอกเบี้ยรับ หากธปท.ยิ่งออกพันธบัตรมากเท่าไหร่ธปท.ก็จะยิ่งขาดทุนมากเท่านั้น จึงอยากให้ธปท.พิจารณาลดดอกเบี้ยลงเพื่อลดผลกระทบด้านต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม หลังมีกระแสข่าวเรื่องที่ รมว.คลังส่งหนังสือถึงประธานบอร์ด ธปท.แล้ว ทางทีมงานของนายกรัฐมนตรีก็แจ้งยกเลิกการประชุมผลกระทบค่าเงินบาทแข็งในวันพุธที่ 6 ก.พ. โดยแจ้งเพียงว่านายกฯติดภาระกิจอื่นไม่ว่างประชุม โดยตามปกติคณะกรรมการชุดนี้จะมี นายกฯเป็นประธาน รมว.คลัง นายวีรพงษ์นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานายกฯด้านโยบายเศรษฐกิจ และผู้ว่าการ ธปท. ฯลฯ ร่วมหารือเกาะติดสถานการณ์ค่าเงินบาทและเงินทุนไหลเข้าอย่างใกล้ชิด โดยมีกำหนดการประชุมทุกวันพุธ 9.30 ที่ทำเนียบ

ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) กล่าวว่า สิ่งที่คลังทำถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะตามปกติเรื่องเช่นนี้ควรมีการหารือกันภายใน ที่สำคัญการออกหนังสือเพื่อกำชับบทบาทหน้าที่ดังกล่าวของบอร์ด ธปท.ก็หมิ่นเหม่ต่อกฎหมาย เนื่องจากผู้ออกหนังสือก็ไม่ได้มีอำนาจในเรื่องการกำหนดดอกเบี้ย เช่นเดียวกันบอร์ดธปท.ก็ไม่ได้กำหนดดอกเบี้ย ฉะนั้น ถึงประธานจะนำเรื่องนี้เขามาหารือในบอร์ด ธปท.ก็คงทำได้แค่หารือหรือรับทราบเท่านั้น ไม่สามารถสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ลดดอกเบี้ยได้

“กนง.เป็นคณะกรรมการอิสระ คงไปส่งสัญญาณให้ลดหรือไม่ลดดอกเบี้ยได้ การให้ความร่วมมือในการดำเนินนโยบายการเงินตามหลักการทำงานมันก็อยู่ในการพิจารณาของธปท.และกนง.อยู่แล้ว ถึงจะมีการนำหารือในบอรืดธปท.ก็คงทำได้แค่หารือ แต่การประชุมบอร์ด ธปท.ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการหารือเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะกรรมการมาไม่ครบทุกคน ส่วนการประชุมปกติในเดือนหน้ายังไม่เห็นวาระ จะมีประชุมเรื่องนี้เป็นวาระพิเศษหรอืไม่ยังไม่ทราบ” แหล่งข่าวจากบอร์ด ธปท.ระบุ

ก่อนหน้านี้ การประชุมบอร์ดธปท.เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาธปท.ได้รายงานผลประกอบการประจำปี 2555 ให้ที่ประชุมบอร์ดรับทราบ โดยงบดุลของธปท.ยังขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3 แสนล้านบาทในปี 2554 ซึ่งส่วนใหญ่ขาดทุนจาก เงินบาทแข็งค่าขึ้น 3% กว่า จากสิ้นเดือนธ.ค.2555 อยู่ที่ 30.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากสิ้นปี 2554 ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.83 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ นายวีรพงษ์ เสนอแนะให้กนง.พิจารณาถึงประเด็นผลกระทบเหล่านี้ในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายด้วย

ทั้งนี้ บอร์ด ธปท. 12 คนตามกฎหมายประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ผู้ว่าการ ธปท. เป็นรองประธาน และรองผู้ว่าการ 3 คนเป็นกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) 1 คนเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) 1 คนเป็นกรรมการ นอกจากนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่ รมว.คลังแต่งตั้งอีก 5 คนเป็นกรรมการ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย