posttoday
รู้เขา รู้เรา ก่อนไปตลาดเมียนมาร์

รู้เขา รู้เรา ก่อนไปตลาดเมียนมาร์

05 กุมภาพันธ์ 2556

นักธุรกิจไทยที่ต้องการออกไปทำการค้า การลงทุนในต่างประเทศ “เมียนมาร์” ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ เพราะค้าขายกันมานาน อีกทั้งยังมีพรมแดนติดต่อกันกว่า 2,000 กิโลเมตร

นักธุรกิจไทยที่ต้องการออกไปทำการค้า การลงทุนในต่างประเทศ “เมียนมาร์” ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ เพราะค้าขายกันมานาน อีกทั้งยังมีพรมแดนติดต่อกันกว่า 2,000 กิโลเมตร

ยิ่งเมื่อเมียนมาร์เปิดประเทศหันมาส่งเสริมการค้า การลงทุนจากต่างชาติ ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศการเข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาร์มีเพิ่มมากขึ้น

มาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะนำว่า การเข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาร์ ไทยจำเป็นต้องใช้จุดแข็งเข้าไปแข่งขัน จุดแข็งดังกล่าวคือค่านิยมในสินค้าไทยของชาวเมียนมาร์ เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้ากันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าชายแดน ส่งผลให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบ นอกจากนี้ไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านการขนส่งสินค้าเข้าประเทศเมียนมาร์เนื่องจากมีชายแดนติดต่อกันเป็นระยะทางยาว

ข้อได้เปรียบดังกล่าวทำให้ต้นทุนด้านการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์ของสินค้าไทยจะอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการไทยประหยัดต้นทุนส่วนนี้ได้ และเหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่จะเข้าไปทำตลาด

“ค่านิยมในสินค้าไทยถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะชาวเมียนมาร์เห็นว่าสินค้าไทยมีคุณภาพ แม้จะมีราคาสูงกว่าสินค้าของประเทศอื่น จึงยอมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าไทย ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการขายสินค้าในเมียนมาร์จำเป็นต้องคงคุณภาพการผลิตสินค้าให้ดี เกาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบน ซึ่งมีศักยภาพในการซื้อสินค้า อย่าเน้นการขายสินค้าราคาถูกแข่งขันกับจีน”

สินค้าที่มีโอกาสเจาะตลาดเมียนมาร์ได้ดีนั้น ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงพาณิชย์ ฟันธงว่า คือสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ซึ่งการส่งเสริมสินค้าอาหารไทยในประเทศเพื่อนบ้านทำได้ไม่ยาก เพราะอาหารไทยได้รับความนิยมอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเน้นการเพิ่มมูลค่าในทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่คิดจะขายเป็นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ การลงทุนด้านภาคบริการก็น่าสนใจเหมือนกัน โดยเฉพาะธุรกิจบริการประเภทโรงพยาบาล โรงแรม สถาบันกวดวิชา หรือสถาบันฝึกอบรมด้านวิชาชีพต่างๆ เช่น การฝึกอบรมให้มีจิตบริการในธุรกิจโรงแรม การเปิดโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ เป็นต้น

“ธุรกิจบริการน่าจะเป็นธุรกิจที่สดใสเช่นเดียวกัน เพราะรัฐบาลเมียนมาร์ยินดีเปิดรับธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในประเทศ”

สำหรับมือใหม่ที่อยากบุกตลาดเมียนมาร์ มาตยวงศ์ แนะนำกลยุทธ์เบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการว่า ต้องรู้ก่อนว่าจะขายสินค้าอะไร ขายคนกลุ่มไหน และเข้าไปในเมืองอะไร หากเป็นสินค้าที่ต้องการเข้าไปขายในแถบพื้นที่ที่ติดกับ จ.ระนอง ของไทย หรือทางใต้ เข้าทางด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่นั้นไทยเป็นประเทศเดียวที่ติดกับเมียนมาร์ คู่แข่งทางด้านการค้าจึงมีน้อย หากต้องการเข้าทางเหนือ เช่น ด่านแม่สาย จ.เชียงราย ด่านแม่สอด จ.ตาก จะเริ่มมีสินค้าคู่แข่งจากจีน บังกลาเทศ และอินเดียเข้ามาสู้

สินค้าอาหารควรจะเข้าเมืองย่างกุ้ง เนื่องจากเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีศักยภาพสูง และธุรกิจหลักๆ ส่วนใหญ่อยู่ในย่างกุ้ง แต่หากในช่วงเริ่มต้นของเอสเอ็มอีอาจเริ่มจากการค้าชายแดนก่อน หากสินค้าถูกใจผู้บริโภคจะมีตัวแทนจำหน่ายจากเมียนมาร์เข้ามาติดต่อขอซื้อสินค้า เพื่อกระจายสินค้าไปยังเมียนมาร์ หรืออาจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าของภาครัฐที่เข้าไปจัดกิจกรรมต่างๆ ในเมืองหลัก เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เพื่อทำให้รู้จักตลาด และทดลองตลาดได้ เพราะลูกค้าจะได้พบกับผู้ผลิตโดยตรง

เมื่อลองนำสินค้าไปขายจนประสบความสำเร็จ สินค้าเป็นที่รู้จัก การพัฒนาทางด้านธุรกิจก็จะเกิดขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องเริ่มพิจารณาแล้วว่าควรจะเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าในเมียนมาร์หรือไม่ เพื่อความคุ้มทุนและลดค่าขนส่ง

หากมองด้านการลงทุน เมียนมาร์มีจุดแข็งในเรื่องค่าแรงที่ถูก มีแรงงานและวัตถุดิบจำนวนมาก การเข้าไปลงทุนในประเทศที่อยู่ระหว่างการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศจะทำให้ได้สิทธิประโยชน์มากขึ้น การเข้าไปทดลองลงทุนก็มีอยู่หลายวิธี เช่น การลองนำเครื่องจักรเก่าที่มีอยู่ในไทยไปลงทุนทดลองย้ายฐานการผลิต ถ้าผลิตได้ดี สินค้าติดตลาด ค่อยเดินหน้าลงทุนเต็มที่ เพื่อที่ในช่วงแรกจะได้ไม่ต้องลงทุนสูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกที่และทุกกิจการย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบซึ่งจำเป็นต้องศึกษาอย่างดี ปัจจุบันกฎหมายการค้าการลงทุนฉบับใหม่ของเมียนมาร์ พยายามแก้ข้อบกพร่องที่เป็นอุปสรรคออกไป ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการเข้าไปทำธุรกิจ

“ยังมีนักลงทุนไทยส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าลงทุนในเมียนมาร์ต้องใช้คนท้องถิ่นเป็นนอมินี ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็น และมีความเสี่ยงมาก เพราะหลายรายเข้าไปใช้ชื่อคนท้องถิ่นจดทะเบียน เพื่อจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ถูกลงหรือต้องการจะเลี่ยงภาษี สุดท้ายเมื่อธุรกิจเติบโตก็โดนฮุบกิจการไปง่ายๆ”

การเช่าที่ดินอาคารในปัจจุบันก็มีการเปิดประมูลให้เอกชนมาประมูลค่าเช่า ใครให้ค่าเช่าสูงที่สุดได้ที่นั้นไป แต่นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ จึงยังใช้นอมินีไปดำเนินการแทน ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนต่างๆ สามารถเจรจากันได้ หากเป็นธุรกิจที่จะไปสร้างความเจริญในเมียนมาร์ ดังนั้นอย่ายึดกฎระเบียบอย่างเดียว เพราะจะปิดโอกาสในการลงทุน ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาความเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69