
กติกาการลงทุน
กล้าเล่นกีฬาที่ท่านไม่รู้กติกาไหม เชื่อว่าหลายเสียงจะตอบว่า “ไม่กล้า” เพราะบ้างกลัวจะไม่ชนะ บ้างกลัวว่าลงไปเล่นแล้วจะเจ็บตัว แต่ท่านเป็นผู้หนึ่งที่กำลังจะทำอย่างนั้นกับการลงทุนหรือเปล่า การลงทุนซึ่งมีกติกาที่ต้องรู้ก่อนลงสนามเช่นกัน
กล้าเล่นกีฬาที่ท่านไม่รู้กติกาไหม เชื่อว่าหลายเสียงจะตอบว่า “ไม่กล้า” เพราะบ้างกลัวจะไม่ชนะ บ้างกลัวว่าลงไปเล่นแล้วจะเจ็บตัว แต่ท่านเป็นผู้หนึ่งที่กำลังจะทำอย่างนั้นกับการลงทุนหรือเปล่า การลงทุนซึ่งมีกติกาที่ต้องรู้ก่อนลงสนามเช่นกัน
การลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีเป็นเรื่องที่สนับสนุนให้ทุกคนลงมือปฏิบัติอยู่แล้วเมื่อเรามีเงินออม
เราควรมองหาช่องทางลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง แบ่งเงินส่วนที่เสี่ยงได้และไม่ได้ให้เหมาะสม และต้องรู้ว่าในวัยและความรับผิดชอบขนาดเราสามารถนำเงินไปลงทุนที่ต้องลุ้นกับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด โดยต้องบาลานซ์ให้ดีระหว่าง “เสี่ยงเพราะการลงทุน” กับ “เสี่ยงเพราะเสียโอกาสจากการไม่ลงทุน” ด้วยค่ะ
เอาเป็นว่าแยกได้แล้วว่า เงินก้อนนี้สมควรนำไปลงทุน และนาทีนี้ที่เป็นเป้าสายตาของหลายๆ คนคือ ตลาดหุ้น แต่การลงทุนในหุ้นเหมาะกับเราแค่ไหน เป็นคำถามที่เราต้องถามตัวเอง คำว่าความเสี่ยงในด้านการลงทุนนำมาซึ่งผลสองด้านที่ไม่เคยมาพร้อมกันนั่นคือ กำไรและขาดทุน
หากนึกถึงกำไรเราคงต้องถามตัวเองว่า กำไรแค่ไหนถึงจะพอ กำไรที่ได้จะเอาไปทำอะไรต่อ แต่นั่นเป็นคำถามที่มีรอยยิ้มบนมุมปาก ส่วนอีกด้านหนึ่งล่ะ คำถามสำคัญที่เราต้องถามตัวเองคือ เงินที่เราลงทุนหากเกิดขาดทุนขึ้นมา เราจะยอมให้ขาดทุนได้ขนาดไหน ทำใจ Cut Loss เป็นหรือยัง และจะ Cut Loss ที่ตรงไหน เราต้องเป็นผู้กำหนด “กติกา” ค่ะ
การลงทุนก็เหมือนการเล่นกีฬา ถามว่ากีฬาบางอย่างทำไมเราชอบเล่น กล้าลงไปเล่น จะแพ้หรือชนะก็ไม่เป็นปัญหา (แต่ก็หวังชนะไว้ก่อน) ขณะที่กีฬาอีกหลายประเภท เราไม่กล้าเล่น หรือบางทีให้เชียร์ก็ยังไม่อยากชม เหตุผลที่สำคัญคือ เพราะเราไม่รู้ ไม่เข้าใจในกติกาของกีฬาประเภทนั้น จะให้ไปหัดเล่นหรือลงเล่น จึงไม่อยากทำ ยิ่งไปกว่านั้นกีฬาที่เราเล่นโดยไม่รู้กติกา เล่นไปก็มีแต่จะเจ็บตัว
การลงทุนก็เช่นเดียวกัน หากไม่อยากเจ็บตัว (และอาจเจ็บใจด้วย) เราต้องศึกษาให้ดี กติกาของสนามนี้คือ รู้จักธุรกิจของบริษัทที่เราจะซื้อหุ้น รู้ว่าสิ่งใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เรียกว่า “ปัจจัยความเสี่ยง” รู้จักความคิดของผู้บริหาร ซึ่งหาอ่านได้จาก “คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ” ในแบบแสดงรายการข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ แล้วตัดสินใจอย่างรอบคอบ (อย่าเร่งรัดตัวเองเพราะคำขู่ว่าจะตกรถไฟ)
ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากข่าวสารตามสื่อต่างๆ เพราะราคาหุ้นมักเปลี่ยนแปลงตามข่าว รู้ความเคลื่อนไหวการซื้อขายหุ้นของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่จากข้อมูลการรายงานในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) (www.sec.or.th) และต้องรู้กติกาการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์และโบรกเกอร์ เช่น วันที่ซื้อขาย วันจ่าย วันรับเงิน วงเงินหลักประกัน และหมั่นตรวจสอบรายการหุ้นของตัวเองอยู่เสมอ แล้วยังมีกติกาของ ก.ล.ต. ป้องกันการปั่นหุ้น การใช้ข้อมูลภายใน และการแพร่ข่าวอีก ที่สำคัญมากอีกส่วนหนึ่งคือ เราต้องกำหนดกติกาให้ตัวเอง ราคาแค่ไหนซื้อ แค่ไหนขาย แค่ไหนทำใจได้ แล้วเคร่งครัดกับกติกานั้น ก่อนที่จะถึงจุดที่ทำใจไม่ได้
ถ้ามั่นใจว่าจะเริ่มลงทุนในหุ้นแล้ว ขอย้อนเพื่อย้ำตั้งแต่ต้นอีกครั้งค่ะ แบ่งเงินมาลงทุน (ไม่ใช่ทั้งหมดที่มี) สำรวจตัวเองว่ารับขาดทุนได้แค่ไหน เรียนรู้กติกาภายนอก และตั้งกติกาภายใน ที่บอกมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ต้องการให้กลัวกับการลงทุนในหุ้นนะคะ แต่จะลงเล่นในสนามไหน เราต้องมั่นใจก่อนว่าเราพร้อม และควรกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในตราสารหรือทรัพย์สินให้หลากหลายด้วย ถ้าพลาดอย่างหนึ่งอาจจะยังได้ผลตอบแทนจากอีกอย่างหนึ่งมาเฉลี่ยค่ะ
เหนื่อยจากเล่นกีฬาได้เหงื่อ เหนื่อยจากการลงทุนก็ขอให้ได้ผลตอบแทนที่พึงพอใจ กีฬามีชนะมีแพ้ การลงทุนก็มีกำไรมีขาดทุน เมื่อเข้าใจกติกาดีแล้ว คิดว่าตัวเองรับได้ ก็ลงสนามได้ เกมเริ่มต้นแล้ว... ก.ล.ต.สนับสนุนให้ทุกคนลงทุนด้วยความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ







