posttoday
จากวัดสู่รถไฟฟ้า

จากวัดสู่รถไฟฟ้า

05 กุมภาพันธ์ 2556

ทุกทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงรุมเร้า ทุกคนพยายามคิดกันจนปวดหัวว่า ต่อไปชีวิตเราจะเปลี่ยนอย่างไร เพราะใครก็ตามที่สามารถเห็นอนาคต ผู้นั้นย่อมเห็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง สร้างธุรกิจ สร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าอนาคตจะเป็นไรอย่างไร จริงไหม ...ฮึม!! นอกจาก ... ใช่!! หมอดู

ทุกทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงรุมเร้า ทุกคนพยายามคิดกันจนปวดหัวว่า ต่อไปชีวิตเราจะเปลี่ยนอย่างไร เพราะใครก็ตามที่สามารถเห็นอนาคต ผู้นั้นย่อมเห็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง สร้างธุรกิจ สร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครรู้แน่ๆ ว่าอนาคตจะเป็นไรอย่างไร จริงไหม ...ฮึม!! นอกจาก ... ใช่!! หมอดู

วันนี้นักธุรกิจใหญ่ นายธนาคาร นักการเมืองใหญ่ นายทหารระดับจอมทัพ ไม่มีใครหน้าไหนเลยที่กล้าจะออกมาฟันธงว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อ มีเพียงคนเดียวที่กล้า ...ช่างกล้า ...ครับ!! หมอดูแม่นๆ เขาออกมาฟันธงอย่างนั้นอย่างนี้

ยิ่งอ่านคำทำนาย ก็รู้สึกว่ากำลังอ่านบันทึกของนอสตราดามุส หรือคำทำนายวันสิ้นโลกของเผ่ามายา อะไรประมาณนั้น ...และแล้วเวลาที่ทำนายก็มาถึงและผ่านไป – อ้าว!! ไหงกรูยังมีชีวิตอยู่ แล้วไอ้ที่ไปรูดๆ บัตรเครดิตก่อนหน้านี้จะทำอย่างไร

นั่นแหละชีวิตเรามีความโน้มเอียงและตัดสินใจตามอารมณ์ประมาณ 99.99% ...อันนี้เขาวัดจากของจริงนะ ฝรั่งเขาทำวิจัยฉบับหนึ่งขึ้นมาจนกลายเป็นหนังสือ BestSeller เข้ามาเจาะในจิตใจเรา เพื่อหาว่า Why we Buy ? ... “ทำไมเราซื้อ” ...ง่ายสุดก็เพราะเราอยากซื้อ และการตัดสินใจในการซื้อที่เราคิดว่ามันมาจากเหตุผลร้อยแปด ที่เราหามา Support รองรับ เอาเข้าจริงมันก็อารมณ์ล้วนๆ ...ถ้าจะถามว่า วันนี้เงินทองเคลื่อนตัวไปไหน ผมฟันธงเลยว่า เงินทองวิ่งสวนทางกับน้ำ ...อย่างน้ำวิ่งลงที่ต่ำ เงินทองจะวิ่งขึ้นที่สูง ดังนั้นที่ใดก็ตามที่ผลตอบแทนสูงเงินจะวิ่งไปที่นั่น ซึ่งถ้ามองให้ดีศัพท์บัญญัติที่เรียกนักลงทุนว่า แมลงเม่า ก็เพราะคนเหล่านี้ชอบแห่ซื้อหุ้น ซื้อทองในเวลาที่มันแพงๆ แล้วก็แห่ขายตอนมันถูกๆ

ผมไม่ได้ตลกนะ คนในตลาดที่เป็นแมลงเม่า เขาทำแบบนั้นจริงๆ ซื้อเวลาแพงๆ ซื้อเวลาข่าวดีเยอะๆ คนเชียร์มากๆ จากนั้นพอตลาดลงก็แห่ขายถูกๆ –

เอาล่ะ วัตถุประสงค์ของการเริ่มมาเขียนคอลัมน์ของผมในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มันมีแรงบันดาลใจมาจากตรงนี้แหละ “เรื่องของความเข้าใจ” ...คือ หลายคนคิดว่า ความมั่งคั่ง ร่ำรวย มันมาจากการทำงานหนักๆ เก็บเงินเยอะๆ ซึ่งคิดดีๆ นะ ยุคเงินเฟ้อสุดโต่งแบบทุกวันนี้ ใครทำงานกินเงินเดือนแล้วเก็บฝากธนาคาร แทบไม่ต้องคิดเลยว่า คุณไม่มีทางรวย เพราะไหนเงินจะหายากขึ้นในปัจจุบัน ผลตอบแทนเงินฝากก็ลดลงจนแทบไม่เหลืออะไร ยังต้องมาปวดหัวกับเงินเฟ้อที่ข้าวของแพงขึ้น จนเรียกได้ว่า นั่งเฉยๆ ก็จนลงในอัตราเร่งแล้ว

ขั้นแรก “ความเข้าใจ”...เราไม่ใช่จะมานั่งเทียนแล้วบอกว่า อนาคตจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เราต้องมาทำความเข้าใจกับตัวเอง เข้าใจสิ่งที่เกิดรอบๆ ตัว และเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อเราอย่างไร รวมทั้งเราจะหาโอกาสจากสิ่งที่เราเข้าใจอย่างไรได้บ้าง

การเริ่มต้นวันนี้หลังจากอ่านบทความผมจบ เรามาช่วยกันทำการบ้านซิว่า เราเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงรอบๆ ตัวบ้าง เช่น ใครเคยสังเกตไหมว่า สมัยก่อนชุมชนจะเกิดรอบๆ วัด มีพระเป็นอาจารย์สอนวิชา แต่วันนี้ชุมชนมันเกิดรอบรถไฟฟ้า BTS แทน คนที่รวยคนแรกก็เจ้าของที่ดินรอบๆ อันนี้ขึ้นเต็มๆ ต่อมาคนทำคอนโด พวกนี้ก็จับ Theme ของการเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบครั้งใหญ่ของคนกรุงเทพฯ มาเป็น “คลื่นสึนามิของโอกาสทำเงิน” ...นี่แหละที่เราต้องมาทำความเข้าใจลึกๆ เพราะเชื่อผมเถอะ การขยันก้มหน้าก้มตาทำงานเดิมๆ ในเกมการแข่งขันเดิมๆ เช่น ขายก๋วยเตี๋ยวตามพ่อ เป็นพยาบาลตามแม่ เปิดร้านค้าปลีกตามปู่ มันใช้ไม่ได้แล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ทุกคนเก่งและขยันกันทุกคน

...การที่เราจะได้เปรียบในเกมความมั่งคั่งและการสร้างตัว เราต้องกลับมาที่ “หักเหลี่ยมกันที่มุมมอง” คือ ใครที่เห็นโอกาสในอนาคตได้แม่นยำและจับ Theme ของการหารายได้และวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ จากนั้นมุ่งสร้างธุรกิจเพื่อรองรับโอกาสนั้นๆ จึงจะมีโอกาสสร้างจุดยืนของตัวเอง ... คิดไปด้วยกัน รวยไปด้วยกัน กับเงินทองเปลี่ยนทิศ หาให้เจอ สัปดาห์หน้าพบกัน!!

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ