
แอร์เอเชีย บุกหนัก ปีนี้ขอแชร์ 50%
ดูทิศทางธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ปีนี้จะแข่งขันกันดุเดือด ล่าสุด “ทัศพล แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ประกาศรับวันครบรอบ 9 ปี สายการบินไทยแอร์เอเชีย ว่า จะผลักดันส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ตลาดในประเทศให้ได้มากกว่า 50% ภายในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ไทยเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่ก็ยอมรับว่าการพิชิตเป้าหมายครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เจ้าอื่น ส่วนใหญ่บินเฉพาะเส้นทางในประเทศ ต่างต้องการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เช่นกัน เห็นได้จากการเพิ่มเครื่องบินเพื่อเพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศ
ดูทิศทางธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ปีนี้จะแข่งขันกันดุเดือด ล่าสุด “ทัศพล แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ประกาศรับวันครบรอบ 9 ปี สายการบินไทยแอร์เอเชีย ว่า จะผลักดันส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ตลาดในประเทศให้ได้มากกว่า 50% ภายในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ไทยเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แต่ก็ยอมรับว่าการพิชิตเป้าหมายครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เจ้าอื่น ส่วนใหญ่บินเฉพาะเส้นทางในประเทศ ต่างต้องการเพิ่มมาร์เก็ตแชร์เช่นกัน เห็นได้จากการเพิ่มเครื่องบินเพื่อเพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศ
แต่ถึงอย่างไร ไทยแอร์เอเชียก็ไม่หวั่นเนื่องจากเชื่อว่ามีกลยุทธ์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง โดยกลยุทธ์ที่วางไว้คือ ปีนี้จะรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ลำใหม่อีก 7 ลำ โดยทยอยเข้ามาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่งผลให้มีเครื่องบินรวม 34 ลำ โดยจะนำเครื่องบินลำใหม่มาเพิ่มความถี่เส้นทางบินที่มีอยู่ โดยแบ่งลำดับความสำคัญ 3 อันดับ อันดับแรก เส้นทางบินในประเทศทุกเส้นทาง อันดับ 2 เส้นทางบินไปยังประเทศอินโดจีน รองรับเออีซี เพราะที่ผ่านมาผู้โดยสารมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ต้องการมาอินโดจีนต้องมาต่อเครื่องที่ไทย อันดับ 3 เส้นทางบินไปยังจีน ทั้งเมืองเสิ่นเจิ้น กวางโจว และเมืองใหม่ 3 เมืองที่เพิ่งเปิดเส้นทางบิน ได้แก่ ฉงชิ่ง อู่ฮั่น และซีอาน โดยตั้งเป้าหมายให้มีเที่ยวบินไปกลับ มากกว่า 1 เที่ยวบินต่อวัน ยกเว้นเส้นทางบินไปยังมาเก๊าที่มี 4 เที่ยวบินต่อวัน
นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มเส้นทางบินใหม่ 34 เส้นทาง โดยเส้นทางที่มองไว้ ได้แก่ จีน 2 เส้นทาง เนื่องจากทั่วโลกมีแนวโน้มติดต่อค้าขาย รวมทั้งท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ขณะที่คนจีนเองก็ออกมาเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่จีนมีปัญหาข้อพิพาทกับญี่ปุ่น รวมทั้งเกาหลีใต้มีปัญหาการเมือง ไทยจึงเป็นจุดหมายสำคัญที่คนจีนเลือกเดินทางมาท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันจะเปิดเส้นทางประเทศในอินโดจีน 1 เส้นทาง เนื่องจากคนทั่วโลกมีแนวโน้มมาเที่ยวอินโดจีนมากขึ้น โดยเฉพาะคนยุโรปที่หนีอากาศหนาวมา และอีกเส้นทางคือ เนปาล หรือภูฏาน เพราะเห็นว่านักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวไหว้พระมากขึ้น
อีกแนวทางหนึ่งที่แอร์เอเชียดำเนินการอยู่ และให้ความสำคัญคือ จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดต่อเนื่อง โดยล่าสุดคือแคมเปญ “คุ้มเกินฝัน เที่ยวมันส์ทุกเส้นทาง 790 บาท” สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 ก.พ. เพื่อใช้เดินทางในช่วงวันที่ 18 มี.ค.-30 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ จากกลยุทธ์ที่เตรียมไว้คาดว่าจะผลักดันยอดผู้โดยสารปีนี้ให้เกิน 10 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมาที่มี 8.3 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดรวมที่คาดว่าจะเติบโต 12-15% ขณะที่อัตรานั่งโดยสาร (โหลด แฟกเตอร์) ตั้งเป้าหมายไว้ 82% ของที่นั่งทั้งหมด เท่ากับปีก่อน ส่วนมาร์เก็ตแชร์ปีนี้คาดว่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่กว่า 40% จากปัจจุบันไทยแอร์เอเชียมีมาร์เก็ตแชร์เส้นทางบินในประเทศ 37% เป็นอันดับ 2 รองจากการบินไทยที่มีมาร์เก็ตแชร์ 46% ซึ่งบางเส้นทางแอร์เอเชียมีมาร์เก็ตแชร์เกิน 50% แล้ว แต่บางเส้นทางที่มาร์เก็ตแชร์ยังอยู่ที่ 20 %
อย่างไรก็ตาม ปีนี้สิ่งที่น่ากังวล คือ ราคาน้ำมัน ว่าจะผันผวนหรือไม่ หากยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 125-127 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คงไม่เป็นปัญหา ส่วนปัญหาการเมืองไม่น่าห่วงและไม่กังวลกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายเที่ยวไทยยังถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และยังไม่มีความจำเป็นต้องทำประกันความเสี่ยง (เฮดจิง) ค่าเงินบาทไว้ ตราบใดที่ค่าเงินบาทยังไม่ได้แข็งค่าจนต่ำกว่า 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนค่าเงินบาทที่น่าจะเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ มองว่าอยู่ที่ประมาณ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







