
วางแผนภาษีการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ศ.พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ประธานกรรมการ
บริษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่
ในบทความ 2 ตอนที่แล้ว ผมได้นำเรื่องการวางแผนภาษีของกิจการ 3 ประเภท คือ
1.ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (แพทย์)
2.ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร
3.ผู้ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไป
นำมาเปรียบเทียบให้คุณผู้อ่านได้ดู
บทความตอนต่อไปจะเป็นการยกตัวอย่างจากหนังสือเรื่องการวางแผนภาษีตอน 2 “10 ข้อคิดลดภาษีคนทำงานและนักลงทุน” เช่น การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์มาให้ผู้อ่านพิจารณาจากกรณีศึกษาดังต่อไปนี้ ว่าหากเลือกการลงทุนการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของคู่สามีภรรยา รูปแบบใดจะดีที่สุดตามตัวอย่างกรณีศึกษา
กรณีศึกษา การเช่าอสังหาริมทรัพย์ (หอพัก)
ในปี 2556 นายชาคริต กับนางเส้นหมี่ (คู่สามีภรรยา) ร่วมกันประกอบธุรกิจให้เช่าห้องพัก มีรายได้ค่าเช่าต่อปี 5 ล้านบาท (เงินได้ประเภท 40(5)) และมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการตามจริง ซึ่งมีใบเสร็จ/หลักฐานพิสูจน์ได้จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งรวมภาษีโรงเรือนอัตรา 12.5% ของค่าเช่า โดยกรณีห้องพักดำเนินกิจการในรูปแบบของนิติบุคคล มีรายจ่ายเงินเดือนตามควรให้แก่นายชาคริต กับนางเส้นหมี่ ซึ่งเป็นทั้งลูกจ้างและผู้ถือหุ้นคนละ 5 แสนบาท/ปี
ข้อคิดการวางแผนภาษีการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
1.การเลือกรูปแบบบุคคลธรรมดาซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ในอัตรา 30% ก็จะทำให้เสียภาษีสูงกว่าบริษัทซึ่งต่างกับเงินได้ 3 อาชีพแรก
2.หากเลือกเป็นบริษัท SME แม้มีความยุ่งยาก แต่การหักรายจ่ายและค่าเสื่อมราคา ค่าตอบแทนที่จ่ายคืนให้กับผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการก็อาจจะลดภาระภาษีโดยรวมได้ด้วย (ในหนังสือของผมจะมีตัวอย่างรายละเอียดของวิธีการคำนวณแต่ละธุรกิจ)
3.จากตัวอย่างจะเห็นว่าการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยบริษัท SME จะประหยัดภาษีได้มากที่สุด เพราะได้ใช้ประโยชน์ทั้งอัตราภาษี การหักลดหย่อน การเครดิตภาษี การแยกยื่นภาษีเงินได้สามีภรรยา และหากวางแผนภาษีโดยแยกสัญญา เช่น ห้องและเฟอร์นิเจอร์ ยังจะลดภาษีโรงเรือนได้อีกด้วย
การวางแผนภาษีเป็นเรื่องง่าย แต่ผู้วางแผนต้องรู้จักการเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจและการใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ขออวยพรตรุษจีนปีงูเล็กด้วย “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ครับ”







