
ทำกำไรหุ้นตราสารหนี้
กดดัชนีตลาดไทยร่วงหนักสุดเอเชียฟันธงต่างชาติยังไม่ถอนสมอลงทุน
กดดัชนีตลาดไทยร่วงหนักสุดเอเชียฟันธงต่างชาติยังไม่ถอนสมอลงทุน
หุ้นไทยดิ่งหนักสุดในเอเชีย คาดแค่ทำกำไรหุ้น ต่างชาติทิ้งตราสารหนี้ 7,875 ล้านบาท ไม่ต้องกังวล
เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักที่สุดในเอเชีย โดยดัชนีหุ้นรูดลง 16.62 จุด หรือ 1.11% ปิดที่ระดับ 1,474.20 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาตา 57,798.09 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิ 1,727 ล้านบาท แต่กลับมาขายอย่างรุนแรงในตลาดตราสารหนี้ไทย ถึง 7,875 ล้านบาท และขายสุทธิใน SET50 Index Futures จำนวน 379 สัญญา ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อยู่บริเวณ 29.81 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่เผชิญแรงขายตามทิศทางตลาดหุ้น
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงกว่า 16 จุด ทำให้นักลงทุนตกใจและกังวลว่าตลาดถึงเวลาปรับฐานลงแล้วหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการขายทำกำไร หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก และต่างชาติมีการปรับพอร์ตบ้าง หลังจากมีที่ยอดซื้อสุทธิถึง 15,037 ล้านบาท ในเดือน ม.ค. 2556
แนวโน้มดัชนียังมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 1,500 จุด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาที่จะคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกนานและใช้มาตรการคิวอี 3 และ 4 ต่อไป เชื่อว่าเงินยังท่วมโลกและจำเป็นต้องหาแหล่งลงทุนซึ่งคงหนีไม่พ้นตลาดหุ้นในเอเชียรวมถึงหุ้นไทย
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยขณะนี้มองว่ายังไม่เข้าขั้นเกิดฟองสบู่ โดยราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมายังมีพื้นฐานรองรับ เพราะจากการที่นักวิเคราะห์มีการตั้งสมมติฐานกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2556 นี้ จะมีการเติบโต 14% ดังนั้นหากดัชนีจะเติบโต 14% หรือเพิ่มอีก 200 จุด จากสิ้นปี 2555 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ก็เป็นระดับที่ยังเป็นไปได้และมีพื้นฐานรองรับ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าได้เกิดฟองสบู่ในหุ้นที่ซื้อขายบนสัดส่วนราคาเทียบกับกำไรสุทธิ (พี/อี) เกิน 40 เท่า ที่มีอยู่จำนวน 60 ตัว ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ได้ใช้มาตรการบัญชีเงินสด (แคชบาลานซ์) ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยอมรับว่าจำนวนหุ้นที่ถูกเข้าข่ายมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“อยากเตือนนักลงทุนใน 3 ประเด็นด้วยกัน 1.ให้รู้ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้ 2.รู้จักพื้นฐานของหุ้นที่เข้าไปลงทุน และ 3.หุ้นที่อยู่ในข่ายร้อนแรง ให้ใช้เงินสดในการลงทุน” นายจรัมพร กล่าว
ด้านตลาดตราสารหนี้ น.ส.อาริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เช็กข่าวจากดีลเลอร์ถึงเหตุผลของต่างชาติในการขายตราสารหนี้ไทยมากถึง 7,875 ล้านบาท เช่นกัน ซึ่งมองตรงกันว่ายังไม่มีปัจจัยลบใดๆ และเป็นเพียงการขายทำกำไรเท่านั้น หลังจากที่ซื้อสุทธิในเดือน ม.ค. ถึง 7 หมื่นล้านบาท จากเมื่อสิ้นปี 2555 มียอดถือครองทั้งสิ้น 7.1 แสนล้านบาท และทำให้อัตราผลตอบแทนลดลงบ้าง
“การขายสุทธิเพียง 10% ของยอดที่ซื้อสะสมมาตั้งแต่ต้นปี คิดแล้วไม่มากและเพิ่งขายหนักเพียงวันเดียว จึงยังสรุปไม่ได้เป็นการถอนทุนออกไปเลย” น.ส.อาริยา กล่าว
นายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิช รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า วานนี้นักลงทุนต่างชาติ มียอดขายสุทธิใน SET50 Index Futures จำนวน 379 สัญญา และมียอดขายสุทธิทุกสินค้าใน TFEX จำนวน 838 สัญญา และนับตั้งแต่ต้นปี ต่างชาติมียอดขายสุทธิใน SET50 Index Futures ประมาณ 6,000 สัญญาแล้ว
จากตัวเลขดังกล่าวตั้งสมมติฐานว่าเป็นการขายทำกำไรบางส่วน หลังจากที่ได้ซื้อสุทธิสะสมในฟิวเจอร์สในปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าไม่ได้มีนัยสำคัญจนถึงระดับที่ต้องกังวล เนื่องจากดัชนีหุ้นซึ่งเป็นสินค้าอ้างอิงมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่แปลกที่นักลงทุนต่างชาติจะปรับพอร์ตเพื่อทำกำไร







