
หักค่าใช้จ่ายการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ( 1 )
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2555 จะเสียภาษีมากน้อยเท่าใด นอกจากจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้พึงประเมินแล้ว ยังขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่นำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมิน รวมถึงการยกเว้นภาษีในบางกรณี
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2555 จะเสียภาษีมากน้อยเท่าใด นอกจากจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินได้พึงประเมินแล้ว ยังขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่นำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมิน รวมถึงการยกเว้นภาษีในบางกรณี
การหักค่าใช้จ่ายมีวิธีใดบ้าง เงินได้พึงประเมินแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเท่าใด จะเลือกหักวิธีใดที่ตนเองได้ประโยชน์สูงสุด โดยที่ไม่ได้เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากร
การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธี
วิธีที่ 1 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา หรือที่เรียกกันว่า “หักเหมา” กฎหมายกำหนดให้หักคิดเป็นอัตราร้อยละของจำนวนเงินได้พึงประเมิน
วิธีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือที่เรียกกันว่า “หักจริง” กฎหมายกำหนดให้นำหลักเกณฑ์การหักรายจ่ายของบริษัท ฯลฯ โดยนำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรมาอนุโลมใช้
เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร แบ่งออกเป็น 8 ประเภท เงินได้ฯ บางประเภทให้หักค่าใช้จ่ายเหมาวิธีเดียว เงินได้ฯ บางประเภทให้หักค่าใช้จ่ายจริง เงินได้ฯ บางประเภทให้เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาหรือเลือกหักค่าใช้จ่ายจริง และเงินได้ฯ บางประเภทไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ
การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินแต่ละประเภท สรุปได้ดังนี้
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง ผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากนายจ้าง ฯลฯ เงินได้ฯ ประเภทนี้เป็นของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นมนุษย์เงินเดือน กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 40 ของเงินได้ฯ รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท ไม่ว่าจะมีเงินเดือนมากเท่าใดก็ตาม
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม ค่าจ้างจากการรับทำงานให้ ฯลฯ เงินได้ฯ ประเภทนี้เป็นของบุคคลอื่นที่มิใช่พนักงาน หรือลูกจ้างที่เป็นมนุษย์เงินเดือน พูดง่ายๆ ว่า งานเสร็จจึงจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 40 ของเงินได้ฯ รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท เช่นเดียวกับเงินได้ฯ มาตรา 40 (1)
ท่านใดที่มีเงินได้ฯ ตามมาตรา 40 (1) ด้วย จะต้องนำเงินได้ฯ ตามมาตรา 40 (1) รวมกับเงินได้ฯ ตามมาตรา 40 (2) แล้วจึงหักค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 40 รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท ไม่ใช่เงินได้ฯ แต่ละประเภทหักไม่เกิน 6 หมื่นบาท อย่าได้หลงลืมเชียว
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์
ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ฯลฯ กฎหมายกำหนดให้ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หักค่าใช้จ่ายเหมาอัตราร้อยละ 40 ของเงินได้ฯ รวมแล้วหักได้ไม่เกิน 6 หมื่นบาท สำหรับเงินได้ฯ รายการอื่น กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ดอกเบี้ยพันธบัตร
ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เงินปันผล ฯลฯ กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผลตอบแทนจากเงินลงทุน
อย่างไรก็ตาม กฎหมายให้สิทธิสำหรับเงินได้ฯ บางรายการที่ผู้มีเงินได้สามารถเลือกที่จะนำมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ จะเขียนให้ทราบในโอกาสต่อไป
สามีและภรรยาที่มีเงินได้ฯ ทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างได้สิทธิหักค่าใช้จ่ายของตนเอง ไม่ว่าจะยื่นแบบรวมคำนวณภาษีหรือแยกคำนวณภาษี สัปดาห์หน้ามาต่อเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากรอีกครั้ง สวัสดีครับ







