
เกรย์สุดทนปปท.รังแกไม่หยุด
กลุ่มเกรย์ มาร์เก็ต ออกโรงยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม ชี้รองปลัดยุติธรรมสุดป่วน ทำยอดขายลดฮวบ
กลุ่มเกรย์ มาร์เก็ต ออกโรงยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม ชี้รองปลัดยุติธรรมสุดป่วน ทำยอดขายลดฮวบ
นายวิชัย รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีเอ็นวาย ออโต้ อิมพอร์ต ในฐานะตัวแทนสมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์อิสระ (เกรย์) เปิดเผยว่า สมาคมซึ่งประกอบด้วย 36 บริษัท เตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ รมว.ยุติธรรม ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา พ.ต.อ.ดุษฎี ได้ตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลและโจมตีกลุ่มเกรย์ โดยกล่าวหาว่าผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระได้กระทำความผิดนำเข้ารถยนต์โดยทุจริต และหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรด้วยการปลอมเอกสารรับเงินและสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
ทั้งนี้ จึงตั้งข้อสังเกตุถึงการกระทำดังกล่าวในการกล่าวหาซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานราชการใดที่ดำเนินการวินิจฉัยความผิดหรือการกระทำของผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระ แต่ พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ ได้มีการ กล่าหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการเสียโอกาสทางการค้า เพราะไม่ได้รับความมั่นใจจากผู้บริโภคในการสั่งซื้อ ส่งผลต่อตลาดรวมรถยนต์นำเข้าในช่วงเวลาดังกล่าวจนถึงปัจจุบันยอดจำหน่ายลดลง 7080% จากจำนวน 1 หมื่นคันต่อปี และยังส่งผลให้กรมศุลกากรได้ทบทวนปรับราคากลางใหม่ รวมถึงความไม่มั่นใจของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ในการอนุมัติสินเชื่อ
“ความเสียหายดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อบริษัท ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลให้บริษัทรายเล็กทั้งในสมาคมและไม่ได้เข้าร่วมสมาคมจะต้องปิดตัวลงหรือเกิดการขาดทุน” นายวิชัย กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2556 บริษัทผู้นำเข้ารถยนต์อิสระจำนวน 11 บริษัท ได้ยื่นหนังสือไปยังรมว.ยุติธรรมถึงประเด็นดังกล่าวไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ซึ่งภายในสัปดาห์หน้า บริษัทผู้จำหน่ารถยนต์อิสระจำนวน 25 บริษัท จะยื่นหนังสือทวงถามอีกครั้ง
นายวิชัย กล่าวว่า ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ถวงดุลอำนาจการตั้งราคารถยนต์ของบริษัทผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวไม่เพียงจะส่งผลกระทบต่อบริษัทนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์อิสระเท่านั้น แต่จะกระทบถึงผู้บริโภค ซึ่งอาจจะต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการเอื้อให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ผูกขาดราคาสินค้า ประกอบกับอุปกรณ์พื้นฐานภายในรถยนต์ (ออพชั่น) ที่ไม่ทัดเทียมกับประเทศอื่น ซึ่งทางสมาคมมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค







