
CPIลั่นธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
CPI โอดนโยบายรัฐเป็นความเสี่ยง ยันธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว บริหารสต๊อกสั้นลงแก้ขาดทุน ไตรมาส 2 สรุปแผนลงทุนใหม่
CPI โอดนโยบายรัฐเป็นความเสี่ยง ยันธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว บริหารสต๊อกสั้นลงแก้ขาดทุน ไตรมาส 2 สรุปแผนลงทุนใหม่
นายถกล ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการบริหาร บริษัท ชุมพรอุตสาห กรรมน้ำมันปาล์ม (CPI) เปิดเผยว่า มั่นใจว่าธุรกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจากราคาปาล์มหล่นจากกิโลกรัมละ 30 บาทเศษ ไปต่ำสุดที่ 21 บาท และตอนนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 23 บาท แต่บริษัทยังต้องระวังเพราะหลายประเทศยังมีสต๊อกน้ำมันปาล์มอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ประกอบกับเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัวอาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มยังไม่ฟื้นได้เต็มที่
การขาดทุนในไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าผู้บริหารคาดการณ์ผิด ว่าไตรมาส 4 ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มจะกลับมาฟื้นจึงสต๊อกน้ำมันปาล์มไว้มากกว่า 1 เดือน ทำให้ต้องตั้งสำรอง แต่เชื่อว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และไตรมาสแรกปีนี้สถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นบวกแล้ว และบริษัทลดเวลาการเก็บสต๊อกลงให้เหลือเพียงไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น
ในปีนี้ความเสี่ยงการทำธุรกิจยังให้น้ำหนักเรื่องความไม่ชัดเจนกับนโยบายภาครัฐเป็นหลัก ทำให้การบริหารสต๊อก การผลิตโรงกลั่นน้ำมันบริสุทธิ์และราคาน้ำมันปาล์มเป็นเรื่องที่บริหารยากมาก เพราะน้ำมันปาล์มเป็นสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์ควบคุมนโยบายให้ส่งออกสินค้าแต่ไม่อนุญาตให้นำเข้า ส่งผลให้ราคาในประเทศสูงกว่าต่างประเทศ และไม่เป็นไปตามกลไกตลาดโลกเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับการลงทุนนายถกล กล่าวว่า ไตรมาส 2 บริษัทจะสรุปแผนงานปี 2556 จะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในบริเวณโรงงานแห่งที่ 1 และ 2 ที่ จ.ชุมพร มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท หรือจะเดินหน้าลงทุนสร้างโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ มูลค่าโครงการมากกว่า 1,000 ล้านบาท หลังเสนอคณะกรรมการบริษัทให้ชะลอแผนการลงทุนไว้ก่อน เนื่องจากราคาปาล์มตกตั้งแต่ครึ่งหลังปีก่อน
สาเหตุที่บริษัทชะลอแผนการลงทุนสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ไว้ เพราะรอดูว่านิคมฯ โรจนะจะเกิดน้ำท่วมหรือไม่ พร้อมกับต้องการรอความชัดเจนผลการศึกษาสร้างโรงไฟฟ้าและราคาปาล์มตกลงมามาก จึงยังไม่เห็นทิศทางแน่นอนว่าจะมีการนำเข้าส่งออกได้เสรีจริงขนาดไหน และที่สำคัญนโยบายภาครัฐไม่มีความแน่นอน เพราะมีการคุมราคาสินค้าที่บางครั้งก็อุ้มผู้ผลิต บางครั้งก็ไม่อุ้ม ซึ่งไม่ปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา CPI จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้น สัดส่วน 1ต่อ 1 เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และปันผลโดยไม่ต้องถูกคำนวณหักภาษี เนื่องจากเป็นกำไรสะสมจากที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีของบีโอไอที่มีกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งจะหมดอายุภายในเดือน พ.ย. 2556 นี้







