
ยูนิลีเวอร์ ไม่สนการเมืองวุ่นวาย เตรียมลงทุนต่อเนื่อง
ยูนิลีเวอร์ ชี้การเมืองไทยระอุ แค่ปัญหาระยะสั้น เดินหน้าลงทุนไทยปี 53 กว่า 400 ล้าน ขณะเดียวกันหวังเป็นองค์กรระดับโลกด้านผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม
ยูนิลีเวอร์ ชี้การเมืองไทยระอุ แค่ปัญหาระยะสั้น เดินหน้าลงทุนไทยปี 53 กว่า 400 ล้าน ขณะเดียวกันหวังเป็นองค์กรระดับโลกด้านผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม
นายพอล โพลแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มยูนิลีเวอร์ เปิดเผยในการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “นิยามใหม่ของความสำเร็จทางธุรกิจ การคิดและทำเพื่อความยั่งยืนคือวิธีแห่งความสำเร็จและความอยู่รอดที่แท้จริง” จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง ว่ายังมีแผนที่จะลงทุนในเมืองไทยต่อเนื่อง แม้ว่าการเมืองในไทยจะวุ่นวาย เนื่องจากมองว่าเป็นปัญหาระยะสั้น โดยปีนี้จะลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านยูโร หรือกว่า 400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออกสู่ตลาด รวมถึงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าลงทุนพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ในตลาด เพราะไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บริษัทลงทุนในไทยต่อเนื่องมาทุกปี
"ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยนั้น บริษัทมองว่าไม่มีผลกระทบต่อแผนการลงทุนระยะยาวในไทย เพราะยูนิลีเวอร์อยู่ในตลาดไทยมากว่า 102 ปี และเข้ามาตั้งโรงงานในไทย 75 ปี ตลาดไทยจึงเป็นฐานผลิตสินค้าที่สำคัญของบริษัท มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยสูงมาก รวมถึงเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและผู้บริโภคที่เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะแก้ด้วยแนวทางวิธีสันติ" นายโพลแมน กล่าว
ปัจจุบันบริษัทยูนิลีเวอร์ทั่วโลกมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน แต่การคัดเลือกแหล่งผลิตสินค้าที่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ และแนวทางการทำธุรกิจทั้งหมด เพราะเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวส่งผลดีต่อผู้บริโภคทุกคน ต่อสังคมในระยะยาว และเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างสำเร็จให้แก่องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคาดว่าจะดำเนินการได้สำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีอยู่วางตลาดอยู่กว่า 400 แบรนด์ทั่วโลกให้ได้ภายในปี 2015 หรือปี 2558
อย่างไรก็ตามในอีก 40 ปีข้างหน้าประชากรโลกจะสูงถึง 9,000 ล้านคน และทั่วโลก จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตอาหารให้ได้อีก 50% ภายในปี 2573 ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนทรัพย์กรธรรมชาติ และสร้างมลภาวะให้โลกมหาศาล เราจึงต้องควรเริ่มลงมือปรับแผนธุรกิจเพื่อมุ่งรักษาสิ่งแวดล้อม และยูนิลีเวอร์ถือเป็นบริษัทผู้นำในตลาดสินค้าอุปโภค บริโภค จึงจะมุ่งทำแนวทางดังกล่าว พร้อมกับวางเป้าหมายจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลก ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ 50-70% ภายใน 10-15 ปีข้างหน้า
สำหรับผลประกอบการของกลุ่มยูนิลีเวอร์ทั่วโลก ในปี 52 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3,900 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 1.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากปี 51 โดยเติบโตได้ดีท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และมีปริมาณการขายสินค้า เพิ่มขึ้น 2.3% ตลอดทั้งปี ขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 14.8% โดยมีผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคนใช้ผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ทุกวัน







