
บีอาร์จีปรับทิศธุรกิจใหม่
หันบุกตลาดดีลเลอร์แทนนำเข้าสุดเซ็งหลังภาษีนำเข้าไร้ทิศทาง
หันบุกตลาดดีลเลอร์แทนนำเข้าสุดเซ็งหลังภาษีนำเข้าไร้ทิศทาง
บีอาร์จีปรับพอร์ตธุรกิจใหม่ ลดความสำคัญธุรกิจนำเข้ารถยนต์ หันเน้นธุรกิจดีลเลอร์
นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบนซ์รามคำแหง กรุ๊ป หรือบีอาร์จี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป บีอาร์จีจะหันไปเพิ่มความสำคัญกับธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ หรือดีลเลอร์ รถยนต์แทน ทั้งนี้ เนื่องจากในปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายรถยนต์นำเข้าของบริษัททำได้เพียง 700 คัน จากเป้าที่ตั้งไว้ที่ 900 คัน เนื่องจากต้องเจอกับปัญหาในเรื่องของการคิดอัตราภาษีนำเข้าของกรมศุลกากร ที่ไม่มีความแน่นอน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถกำหนดราคาจำหน่ายรถยนต์นำเข้าได้
นอกจากนี้ ทางบริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย ยังมีนโยบายลดราคาจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ในประเทศไทย ให้ลงมาใกล้เคียงกับราคารถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ของผู้นำเข้าอิสระ (เกรย์) อีกด้วย
“เราทำตลาดรถนำเข้ายากขึ้นเรื่อยๆ ปีที่แล้วภาษีนำเข้าไม่นิ่ง ทำให้กำหนดราคาขายได้ยาก เพราะภาษีขยับขึ้นตลอดและเบนซ์ ประเทศไทย ก็ตั้งราคาขายต่ำมากจนน่าสังเกตว่า ราคาขายที่เบนซ์ ประเทศไทย ตั้งนั้นอันเดอร์ เคลม หรือเปล่า” นายสมศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เริ่มเปลี่ยน ทำให้บีอาร์จีตัดสินใจปรับรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ โดยหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจดีลเลอร์มากขึ้น จากปัจจุบันที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแลนด์โรเวอร์ ในเขตภาคใต้ ภายใต้ชื่อบริษัท จีบี.ออโต้โมบิล และกำลังขอเปิดที่กรุงเทพฯ อีกแห่ง รวมถึงกำลังยื่นขอเป็นดีลเลอร์ รถยนต์ญี่ปุ่นอีก 2 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่ารายได้จากการเป็นดีลเลอร์จะอยู่ที่ 50% ของรายได้รวมของทั้งกรุ๊ป ทดแทนรายได้หลักที่มาจากการจำหน่ายรถยนต์นำเข้า







