
กสทช.ร่ายยาวแจง 8 ข้อไลเซนส์ไทยคม
กทค. ชี้แจงการออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม โต้ข้อวิจารณ์คลาดเคลื่อนซ้ำซาก สวนผู้วิจารณ์บิดเบือนต้องรับผิดชอบ
กทค. ชี้แจงการออกใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม โต้ข้อวิจารณ์คลาดเคลื่อนซ้ำซาก สวนผู้วิจารณ์บิดเบือนต้องรับผิดชอบ
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ชี้แจงกรณีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้กับบริษัทไทยคม ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ปฎิบัติตามข้อกฎหมาย และก่อให้เกิดการผูกขาด ทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์ โดยได้ชี้แจง 8 ประเด็น
1. การให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทสาม ก. กับบริษัทไทยคมโดยไม่ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ชี้แจงว่า ใบอนุญาตที่ กสทช. อนุมัติให้ บมจ.ไทยคมเป็นประเภท ใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคม มิใช่ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ จึงไม่ต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่น และไม่ได้ออกใบอนุญาตประเภทสาม ก. แต่เป็นใบอนุญาตตามประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม
2. มีการวิพากษ์วิจารณ์สาเหตุที่ไม่ประมูลเพราะดาวเทียมเป็นวัตถุที่ลอยอยู่บนฟ้าเกินกว่า 100 กิโลเมตร ถือว่าอยู่นอกเหนือเขตอธิปไตยของไทย ชี้แจงว่า การประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารมีองค์ประกอบหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1.การมีสิทธิเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะต้องได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. และ 2. จะต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิในวงโคจรและย่านความถี่ (Filing) ที่จะใช้งานสำหรับดาวเทียมที่จะนำมาให้บริการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะได้มาโดยผ่านกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งถือว่า วงโคจรและความถี่ในอวกาศเป็นทรัพยากรร่วมของมนุษยชาติ มิได้อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐหนึ่งรัฐใด ตามธรรมนูญของ ITU (ITU Constitution) และกฎข้อบังคับวิทยุ ITU Radio Regulation ข้อ 0.3 (Preamble) ดังนั้นอำนาจหน้าที่ของ กสทช. จึงมีเฉพาะ ในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามข้อ (1) เท่านั้น ส่วนการดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารจองสิทธิในวงโคจรและย่านความถี่ (Filing) ตามข้อ (2) นั้นจะต้องดำเนินการโดยกระบวนการระหว่างประเทศตามข้อกำหนด ITU
3. กรณีในประเทศที่ดาวเทียมแต่ละดวงใช้คลื่นความถี่ไม่เหมือนกัน เช่น C-Band, KU-Band หากให้ผู้ใช้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นผู้ประมูลคลื่นความถี่ แปลว่า ทุกรายต้องประมูลคลื่น “ทุกชนิด” เป็นการจำกัดการแข่งขันในตลาดโดยไม่จำเป็น ชี้แจงว่า ผู้ประกอบกิจการที่ภาคพื้นดินซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการสถานีภาคพื้นดินต่างๆ เช่น สถานี Up Link Down Link (ตัวอย่าง TOT, CAT) เป็นผู้ใช้ความถี่ในการรับ-ส่งสัญญาณภายใต้ราชอาณาจักรไทย ดังนั้นการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้ประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องจัดสรร โดยวิธีการประมูลเท่านั้น โดยในปัจจุบัน กสทช.ชุดนี้ ยังมิได้จัดสรรคลื่นความถี่นี้ให้แก่ผู้ประกอบการรายใด
4. กรณีข้อสังเกตว่า การอนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัท ไทยคม ของ กทค. มีขึ้นในขณะที่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ใบอนุญาตกิจการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมยังอยู่ในขั้นตอนการร่างเท่านั้น ชี้แจงว่า กสทช. ออกใบอนุญาตให้กับ ไทยคม เป็นการอนุญาตประกอบกิจการประเภทสาม (มิใช่ประเภทสาม ก. ) ซึ่งมีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ปรากฏอยู่แล้ว และ กสทช. มีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมแต่ละประเภท ดังนั้นการอนุมัติจึงเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทุกประการ
5. ประเทศไทยรักษาสิทธิวงโคจร 120 องศาตะวันออกเรียบร้อย แต่ยังเร่งรัดอนุมัติใบอนุญาตให้กับบริษัท ไทยคม ชี้แจงว่า การรักษาสิทธิวงโคจรดาวเทียมดังกล่าว ไทยคมรักษาสิทธิโดยการนำดาวเทียมมาวางไว้ ณ วงโคจรเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เป็นตามข้อกำหนด ITU ซึ่งจะต้องนำดาวเทียมอีกดวงหนึ่งขึ้นให้บริการภายในระยะเวลา 2 ปี หาก กสทช.ไม่ดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้กับ บมจ.ไทยคม จะส่งผลทำให้ บมจ.ไทยคม ไม่สามารถดำเนินการได้ และประเทศไทยก็จะเสียสิทธิวงโคจรดาวเทียมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศ
6. กรณีกล่าวอ้างว่าใบอนุญาตที่ กสทช. ให้กับไทยคมที่มีอายุ 20 ปี และขอต่ออายุใบอนุญาตได้อีก 10 ปี ทั้งที่ควรนำกลับมาจัดสรรใหม่ ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงภายใต้เงื่อนไขการออกใบอนุญาตระบุไว้ว่าหากผู้ประกอบการประสงค์จะขยายระยะเวลาการอนุญาตจะต้องดำเนินการยื่นคำขออนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุไม่เกิน 10 ปี และไม่ช้ากว่า 30 วัน ซึ่งระยะเวลา 10 ปี นั้นเป็นระยะเวลาที่พอเพียงในการที่ผู้ประกอบการประสงค์จะสร้างดาวเทียมขึ้นให้บริการต่อไป ทั้งนี้เงื่อนไขดังกล่าวมิได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการฯให้แก่ บมจ. ไทยคม เป็นการเฉพาะ แต่สามารถออกใบอนุญาตกับกับผู้ประกอบการทุกรายที่มาขออนุญาตกับ กสทช. ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขทางกฎหมายเพื่อประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสาร
7. กรณีมีการพูดกันว่า เปิดให้บริษัท ไทยคม ส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจรเพิ่มเติมที่ตำแหน่งวงโคจรใดๆ ได้นั้น ชี้แจง เป็นการก็เข้าใจผิดอย่างยิ่ง ข้อเท็จจริง ITU มิได้มีการจำกัดจำนวนสิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะจองสิทธิแต่อย่างใด ดังนั้นการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดเพื่อผู้ประกอบการดาวเทียมสื่อสารทุกรายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ก็สามารถที่จะส่งเอกสารจองสิทธิการใช้งานวงโคจร (Filing) ที่วงโคจรใดๆ ก็ได้เช่นกัน มิใช่เป็นการอนุญาตหรือให้สิทธิเป็นการเฉพาะแก่ไทยคม
และ 8. ข้อกล่าวหาที่กสทช.เร่งรัดอนุมัติใบอนุญาตให้ไทยคมแบบ “เหนือเมฆ” เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายผูกขาดกิจการดาวเทียมนั้น ชี้แจงว่า กทค. ได้พิจารณาออกใบอนุญาตดาวเทียมสื่อสารตามข้อกำหนดของกฎหมายและเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ รวมทั้งเป็นข้อกำหนดที่เอื้อให้เกิดผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ได้ต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมต่อกิจการดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยันว่า กสทช.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ สุจริต โดยจะจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน ในขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนมายังกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง และมุ่งที่จะใส่ร้ายป้ายสี ให้ยุติการกระทำดังกล่าวเสีย และต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กรณีเสนอข้อมูลผิดพลาดซ้ำซาก โดยไม่ตรวจสอบให้ดี







