
แก้กม.ฮั้ว-ประวิงขายทอดตลาด
โทษหนักขึ้นบัญชีดำถึงจำคุกเร่งผลักดันทรัพย์7หมื่นล้าน
โทษหนักขึ้นบัญชีดำถึงจำคุกเร่งผลักดันทรัพย์7หมื่นล้าน
กรมบังคับคดีเข้ม แก้ไขกฎหมายลงโทษพวกประวิงเวลาประมูลฮั้วประมูล หวังแก้ปมขายทอดตลาด
นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีเตรียมเสนอแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม รวมถึงผลักดันทรัพย์สินกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น
กฎกระทรวงใหม่ที่จะมีการแก้ไขจะเสนอให้มีการลงโทษการประวิงการขายทอดตลาด และการฮั้วประมูลการขายทอดตลาด เช่นเดียวกับบทบัญญัติของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีการขึ้นบัญชีดำเหมือนกับผู้ทิ้งงานหน่วยงานราชการและโทษทางอาญา รวมทั้งให้กรมบังคับคดีมีอำนาจที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ซึ่งคาดว่าจะนำกฎกระทรวงฉบับใหม่เสนอ รมว.ยุติธรรม ในเดือน ม.ค.นี้
นอกจากนี้ จะมีการทบทวนการวางเงินมัดจำก่อนการประมูลจากเดิมที่กำหนดเป็นอัตรา 5-10% ของราคาประเมินสินทรัพย์เป็นอัตราตายตัว แต่กฎใหม่จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่เพิ่มวงเงินมัดจำให้สูงขึ้นเป็น 3040% ตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้มีการเข้ามาประมูล เพื่อประวิงเวลาในการขายทอดตลาด
“ที่ผ่านมาการขายทอดตลาดมีปัญหาผู้ประมูล เมื่อมาสู้ราคาแล้วไม่ชำระราคาสู้แล้วก็ทิ้ง เพราะมีการวางเงินมัดจำน้อย เช่น ราคาขายทอดตลาด 1,000 ล้านบาท หากวางมัดจำแค่ 1 ล้านบาท ก็สามารถที่จะประวิงเวลาการขายทอดตลาดได้ เพราะกรมบังคับคดีจะให้เวลา 6 เดือน ในการให้ผู้ประมูลเอาเงินชำระเต็มจำนวน ทำให้การขายทอดตลาดล่าช้า” นายวิศิษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าจะนำเสนอ รมต.ยุติธรรม ในเดือน ม.ค.นี้ เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ 3-4 เดือนข้างหน้า
นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า ในปี 2556 ตั้งเป้าหมายผลักดันสินทรัพย์ 67 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วมียอดขาย 3.9 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ซึ่งแต่ละปีจะมีการบังคับคดีประมาณ 2 แสนคดี
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 2555) สามารถผลักดันเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 1.17 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ กรมบังคับคดีได้สร้างระบบนวัตกรรมการให้บริการของกรมบังคับคดี โดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เช่น ระบบ eFiling คือ ระบบในการทำงานผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการใช้งานด้านกระดาษ เช่น การยึดทรัพย์ในคดีแพ่ง และระบบ eService คือ นำเอาระบบจีพีเอสมาใช้งาน เพื่อลดข้อโต้แย้งการไม่ได้รับหมาย
ขณะเดียวกันจะนำระบบ eBroadcast คือ การขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านระบบการถ่ายทอดสด เพื่อความโปร่งใสและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นการขายทอดตลาด และระบบ ePayment คือ ระบบการจ่ายและจ่ายเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้เริ่มทำกับธนาคารกรุงไทยแล้วจะขยายให้ครบทุกธนาคารพาณิชย์







