posttoday
Yield Curve ปรับตัวขึ้น ในตราสารอายุตั้งแต่ 1 ปีนึ้นไป

Yield Curve ปรับตัวขึ้น ในตราสารอายุตั้งแต่ 1 ปีนึ้นไป

15 มกราคม 2556

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (7–11 ม.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 521,971 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 104,394 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 37% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 79% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 414,786 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 78,476 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,355 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (7–11 ม.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 521,971 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 104,394 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 37% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 79% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 414,786 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 78,476 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,355 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB176A (อายุ 4.5 ปี) LB145B (อายุ 1.3 ปี) และ LB155A (อายุ 2.4 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 19,351 ล้านบาท 15,804 ล้านบาท และ 14,248 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB13129A (อายุ 14 วัน) BOT161A (อายุ 3 ปี) และ CB13411B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 43,957 ล้านบาท 39,202 ล้านบาท และ 35,257 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT138A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,093 ล้านบาท และรุ่น TLT136A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 505 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย รุ่น SCC16NA (A) มูลค่าการซื้อขาย 725 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง +1 ถึง +7 Basis Point (100 Basis point มีค่าเท่ากับ 1%) ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุน้อยกว่า 1 ปี ปรับตัวลดลงประมาณ 2 Basis Point โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารระยะสั้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลเนื่องมาจากแรงซื้อของนักลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประมูลอย่างหนาแน่น ขณะที่อัตราผลตอบแทนของตราสารระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นการปรับตัวตามอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ (US Treasury) หลังจากนักลงทุนเริ่มย้ายเงินลงทุนบางส่วนจากตลาดตราสารหนี้ ไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น ตามทิศทางและความชัดเจนของการแก้ไขปัญหาทางการคลังภายในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น

ทางด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP 1 วัน) ไว้ที่ระดับ 2.75% เช่นเดิม ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดได้คาดการณ์เอาไว้ โดย กนง.ให้เหตุผลว่า เนื่องจากแนวโน้มของเงินเฟ้อภายในประเทศไทยยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ระดับปัจจุบัน เป็นระดับที่เหมาะสมต่อการกระตุ้นความต้องการใช้จ่ายภายในประเทศ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้น และระยะยาว) รวมกัน 36,754 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าเป็นการขายสุทธิ 852 ล้านบาท ทางด้านของนักลงทุนรายย่อย ถึงแม้จะมีสัดส่วนของการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดค่อนข้างน้อย แต่ในสัปดาห์นี้ยังคงมียอดซื้อสุทธิ 228 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69