
แท็ตเลอร์บุกไทยผุด15สาขาใน5ปี
“แท็ตเลอร์” เร่งเครื่องเปิดสาขาใหม่ แคท คิดสตัน ในไทย 15 แห่งภายใน 5 ปี พร้อมเปิดตัวเอเชียคอลเลกชันหวังดูดลูกค้าเอเชีย
“แท็ตเลอร์” เร่งเครื่องเปิดสาขาใหม่ แคท คิดสตัน ในไทย 15 แห่งภายใน 5 ปี พร้อมเปิดตัวเอเชียคอลเลกชันหวังดูดลูกค้าเอเชีย
น.ส.ภคิณัฏฐ์ มานิตพิศาลกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท แท็ตเลอร์ ผู้ได้รับสิทธินำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ แคท คิดสตัน (Cath Kidston) ในไทยจากประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายขยายสาขาร้านแคท คิดสตัน ในไทยจำนวน 15 สาขาภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 หลังจากเริ่มธุรกิจและเปิดให้บริการร้านสาขาแรกไปเมื่อเดือนธ.ค.2554 ซึ่งได้การตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะที่ในปีนี้บริษัทวางแผนเปิดร้านสาขาแคท คิดสตัน ราว 8 สาขาต่อปี จากปัจจุบันมีสาขารวม 6 สาขา ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพระรามเก้า, เมกาบางนา, เซ็นทรัลชิดลม, สยามพารากอน และล่าสุดที่สยามเซ็นเตอร์ บนพื้นที่ 60 ตร.ม.โดยใช้งบลงทุนด้านสินค้าค่าตกแต่งราว 5 ล้านบาท และเตรียมแผนเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ในปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “เอเชีย สเปเชียล” (Asia Special) เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2555 เพื่อขยายตลาดกลุ่มคนไทยและเอเชียมากขึ้น ซึ่งเริ่มใน 4 ประเทศ คือ ไทย เกาหลีใต้ ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งจะมีราคาต่ำกว่าคอลเลกชันต้นแบบ (ออริจินัล) ที่ทำตลาดปกติ โดยคอลเลคชันใหม่ดังกล่าวเริ่มจำหน่ายเมื่อปลายเดือนธ.ค.ปี 2555มีสินค้าประมาณ 100 รายการ (เอสเคยู) และได้การตอบรับดี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสินค้าในประเทศไทยมีราคาสูงกว่าประเทศอังกฤษประมาณ 30% เนื่องจากสินค้าของแคทคิดสตันในไทยเดิมจะมีราคาจะสูงกว่าที่ประเทศอังกฤษราว 30% แต่มีราคาใกล้เคียงกับที่ฮ่องกง ส่วนที่ญี่ปุ่นราคาจะสูงกว่าที่อังกฤษประมาณ 70%แต่เมื่อมีคอลเลกชันดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มยอดขายรวมขึ้นอีก 10% จากเอเชียคอลเลกชันนี้
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสินค้าเอเชียคอลเลคชั่น แบรนด์แคทคิดสตัน ได้การตอบรับดีจากคนไทยและคนเอเชีย เพราะว่า สินค้าราคาไม่แพง แต่มีคุณภาพเท่ากัน และลวดลายก็มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับคนเอเซียมากขึ้น และราคาในไทยก็ถือว่าถูกที่สุดในเอเชียด้วย อีกทั้งกำลังซื้อของคนเอเซียตอนนี้ก็ดีและมีมากกว่าในยุโรปและอเมริกาด้วยที่เศรษฐกิจชะลอตัวอยู่สำหรับสัดส่วนยอดขายปัจจุบันแบ่งเป็น 1.กลุ่มกระเป๋าและเครื่องประดับ 70% 2.กลุ่มจาน ชาม ของใช้ในบ้าน 10% 3.กลุ่มสินค้าเด็ก 10% และ 4.กลุ่มเครื่องสำอางและสินค้าไลเซนส์ 10%ซึ่งยอดใช้จ่ายของลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าเฉลี่ย 2,000 บาทต่อคน ขณะที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์จะสูงประมาณ 3,000 บาทต่อคนเพราะเป็นแฟลกชิปสโตร์พื้นที่ใหญ่สุด 181 ตารางเมตรและมีสินค้าจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนสินค้าที่มาจากเอเชียคอลเลกชันประมาณ 15% โดยยอดขายปี 2555 เติบโตเกินเป้าหมาย 2030% และมีสมาชิกประมาณ 500 คน พร้อมอยู่ระหว่างศึกษาการขยายธุรกิจในอนาคต ด้วยการเจรจากับเจ้าของสินค้าแฟชั่นต่างๆ เพื่อที่จะขอลิขสิทธิ์ในการทำตลาดในเมืองไทย โดยให้ความสนใจกับสินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกาย คาดว่าในปี 2557 จะมี ความชัดเจนมากขึ้น







