
ดันรัฐวิสาหกิจเข้าตลาด
สภาธุรกิจฯรณรงค์ให้ความรู้ขอภาษีผลิตวิจัยตลาดทุนโลก
สภาธุรกิจฯรณรงค์ให้ความรู้ขอภาษีผลิตวิจัยตลาดทุนโลก
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเปิดพันธกิจในปีนี้ เดินหน้ารณรงค์นำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น ลดภาระงบประมาณ เพิ่มประสิทธิภาพโปร่งใส
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) เปิดเผยว่า แผนงานของสภาธุรกิจฯ ในปีนี้ ยังคงมุ่งผลักดันให้ตลาดทุนเป็นกลไกหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการกระจายความมั่งคั่ง รวมทั้งเป็นที่หมายและจุดเชื่อมโยงการลงทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ประเด็นสำคัญที่จะดำเนินการ คือ เร่งรณรงค์และให้ความรู้ประชาชนเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการนำรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยจะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ จะช่วยลดภาระด้านงบประมาณและหนี้สาธารณะของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันจากต้นทุนการเงินที่ลดลง รวมทั้งทำให้รัฐวิสาหกิจมีความโปร่งใสตรวจสอบได้
“ยกตัวอย่างในกรณีของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่ต้องระดมทุนสูงถึงเกือบ 1 แสนล้านบาท เพื่อนำไปขยายการลงทุนด้านการขุดเจาะน้ำมัน หากไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดโอกาสที่จะระดมทุนจำนวนมากขนาดนี้คงทำไม่ได้ หรือหากทำได้ก็จะเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องค้ำประกัน หรือทำให้หนี้สาธารณะมากขึ้น รวมทั้งอาจทำให้ประชาชนได้ใช้พลังงานในต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย เพราะมีต้นทุนการเงินสูง และไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยมองว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามาพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะรัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับมีรายได้ที่ลดลง หากนำรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนได้ก็จะช่วยลดภาระลงได้มาก
ทั้งนี้ สภาธุรกิจฯ จะไม่ทำอย่างเร่งรีบ แต่จะให้ความรู้ประชาชนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการยอมรับ และไม่มองว่าเป็นการขายชาติ
นอกจากนี้ สภาธุรกิจฯ จะเร่งผลักดันให้เอกชนเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการยังพึ่งพิงสินเชื่อเป็นหลัก โดยในปี 25542555 มีการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นเพียง 2.1 แสนล้านบาท แต่ยอดสินเชื่อกลับโตสูงถึง 2 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีสัดส่วนการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นสูงกว่า
“ในระยะยาวเศรษฐกิจไม่ควรพึ่งธนาคารทั้งหมด ควรสร้างเสาหลักทางการเงินโดยกระจายไปตลาดทุนด้วย เพราะมีต้นทุนทางการเงินถูกกว่า”
ด้านการกระจายความมั่งคั่ง สภาธุรกิจฯ จะเร่งให้ความรู้ประชาชนและสร้างวัฒนธรรมการออมผ่านตลาดหุ้น ผลักดันให้เกิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ รวมทั้งเสนอให้กระทรวงการคลังต่ออายุมาตรการภาษีที่สนับสนุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งจะจบลงในปี 2559 โดยเบื้องต้นอาจเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเป็นมาตรการถาวร
สำหรับการเป็นจุดเชื่อมโยงของการระดมทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลก สภาธุรกิจฯ จะร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก โดยอาศัยจังหวะที่ตลาดหุ้นยังอยู่ในภาวะสดใสในช่วง 2 ปีนี้ เดินสายโรดโชว์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะในประเทศใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไป รวมทั้งจะเร่งพัฒนาบุคลากรในตลาดทุนให้มีวิสัยทัศน์ในระดับภูมิภาคและระดับโลกมากขึ้น
นอกจากนี้ สภาธุรกิจฯ จะเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับผู้ประกอบการในตลาดทุนที่ทำบทวิจัยเกี่ยวกับภูมิภาคและตลาดทุนโลก โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปหักค่าลดหย่อนได้ 2 เท่า เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนมีบทวิจัยในระดับภูมิภาคประกอบการตัดสินใจลงทุน







