posttoday
ทองคำอีกครั้ง

ทองคำอีกครั้ง

09 มกราคม 2556

ปี 2555 เป็นปีของการปรับฐานของราคาทองคำตลอดทั้งปีหลังจากที่ราคาเพิ่มขึ้นมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับฐานที่กินระยะเวลานานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,5501,750 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบาย QE 3 ของสหรัฐ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 นี้ ราคาทรงตัวอยู่บริเวณ 1,700 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

ปี 2555 เป็นปีของการปรับฐานของราคาทองคำตลอดทั้งปีหลังจากที่ราคาเพิ่มขึ้นมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับฐานที่กินระยะเวลานานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,5501,750 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบาย QE 3 ของสหรัฐ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 นี้ ราคาทรงตัวอยู่บริเวณ 1,700 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

นับตั้งแต่ต้นปี 2555 ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกได้ดำเนินนโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่อัดฉีดเงินผ่านโครงการ LTRO หรือธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อัดฉีดเงินด้วยนโยบาย QE 3 หรือธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ประกาศว่าจะเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบอย่างจริงจัง ซึ่งการใช้นโยบายอัดฉีดเศรษฐกิจนี้ควรจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อราคาทองคำ เพราะทองคำมีสถานะเป็นสกุลเงินทดแทนที่ไม่ด้อยค่า แต่กลับกลายเป็นว่าราคาทองคำไม่ค่อยจะปรับเพิ่มขึ้นเท่าไร สาเหตุหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะนักลงทุนพอจะทราบแล้วว่า การใช้นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินนั้นไม่ได้ส่งผลให้การคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะเงินส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ดังนั้น การคาดหวังว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้นจากการอัดฉีดเม็ดเงินน่าจะมีน้ำหนักน้อยลง

ประเด็นที่สามารถจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำได้ในปี 2556 คือปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐ (Fiscal Cliff) ซึ่งผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐจะต้องเร่งเจรจาในรายละเอียดของนโยบายภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่นโยบายช่วยเหลือทางภาษีอันเก่าจะหมดระยะเวลาในสิ้นปี 2555 ซึ่งเชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็จะขยายเวลาการใช้นโยบายช่วยเหลือทางภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพียงแต่อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด แต่จะส่งผลกระทบให้รัฐบาลสหรัฐยังขาดดุลการคลังต่อเนื่องในระดับสูง และต้องขยายระดับเพดานหนี้สาธารณะขึ้นอีก ซึ่งเป็นวงจรต่อเนื่องเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด อันจะทำให้ความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์ลดลงในอนาคตระยะยาว เป็นผลบวกต่อทองคำ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรทราบด้วยว่าปัจจัยเรื่องระดับหนี้ของสหรัฐ ไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและราคาทองคำ อีกปัจจัยที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ที่ปัจจุบันกำหนดให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดที่ 0.25% และเชื่อว่า FED จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับนี้อีกเป็นระยะเวลานาน อย่างน้อยถึงกลางปี 2558 จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2555 FED ได้ประกาศมาตรการเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงว่าตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำจนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงต่ำกว่า 6.5% และเงินเฟ้อสูงกว่า 2.5% จึงเป็นครั้งแรกที่ FED ยอมผูกพันตัวเองกับระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะปกติการว่างงานเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐบาลในขณะที่ FED เน้นดูแลเรื่อง Price Stability แต่ครั้งนี้ FED โยงอัตราดอกเบี้ยนโยบายกับระดับการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อ โดยย้ำว่าจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีหากอัตราการว่างงานลดลงหรือเงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ เช่น จำนวนคนเลิกหางานทำ เป็นต้น เนื่องจากที่ผ่านมานั้นแม้ว่าระดับการว่างงานได้ลดลงจาก 9% มาอยู่ที่ 7.7% ในเดือน พ.ย. 2555 แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นผลจากคนงานที่เคยออกจากแรงงานไปกลับมาได้งานทำ ซึ่งไม่ใช่การสร้างงานใหม่

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนของ FED จึงสะท้อนว่า FED พร้อมจะรับสภาพภาวะเงินเฟ้อที่สูงกว่าปกติได้ระดับหนึ่ง จากปัจจุบันที่ประมาณ 2% แต่ให้เป้าหมายเป็นไม่เกิน 2.5% เนื่องจาก QE ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วย Real Economy ได้มาก ซึ่งสะท้อนจาก GDP ที่อยู่ระดับ 22.5% มานับตั้งแต่ช่วงปี 25532555 อีกทั้งผลของ QE ก็ไม่ได้ช่วยให้มีการจ้างงานเพิ่มมากตามที่ FED คาดหวังไว้ ซึ่งสะท้อนว่า FED พยายามหาแนวทางใหม่เพื่อทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง และหากเศรษฐกิจสหรัฐสามารถฟื้นตัวได้ในอนาคต โดย FED เริ่มมีสัญญาณที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย นั่นจึงจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากต่อราคาทองคำ และเป็นประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

นอกจากเรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ที่จะส่งผลต่อราคาทองคำได้อีกประการหนึ่งแล้ว ยังมีปัจจัยต่างๆ หลายปัจจัยในขณะนี้ที่ส่งผลบวกต่อราคาทองคำได้ เช่น ปัญหาการคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายลงได้ในระยะเวลาอันใกล้ ดังนั้น การด้อยค่าของสกุลเงินและเงินเฟ้อจึงน่าจะส่งผลบวกต่อทองคำได้ต่อเนื่องในระยะยาว

กองทุนบัวหลวงจึงขอแนะนำให้นักลงทุนมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงิน และเป็นช่องทางกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภทเพื่อลดความเสี่ยง ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย