
ผู้บริหาร บจ.รับกลุ่มวีไอช่วยหนุนหุ้น
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ควันหลงจากงานช้าง “SET in the City ปี 2556” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้แจกเอกสารให้แก่ผู้เข้าร่วมงานนี้ หนึ่งในนั้นมีการรวบรวมรายชื่อหุ้นที่ถือโดยนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investment หรือวีไอ) ทั้งหมด 15 ตัว ทั้งนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ย. 2555
ต้องยอมรับว่าการลงทุนสไตล์ที่เน้นหุ้นคุณค่าปัจจุบันได้รับความนิยม และเริ่มเป็นแบบที่นักลงทุนมือใหม่หรือมือเก่าที่บาดเจ็บจากการลงทุนหันมาศึกษาการลงทุนแบบนี้มากขึ้น ซึ่งทางด้านนักลงทุนก็ได้อัตราผลตอบแทนที่มีคุณค่ากลับไป แต่สำหรับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เห็นอย่างไรที่เมื่อนักลงทุนประเภทวีไอได้เข้ามาลงทุนในบริษัท
EASTW ใหญ่ขึ้น
ราคาหุ้นเพิ่ม วอลุมแน่น
“นำศักดิ์ วรรณวิสูตร” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) เล่าให้ฟังว่า ปกติบริษัทมีการมอนิเตอร์โครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพบว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2554ปัจจุบัน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงรายชื่อนักลงทุนรายบุคคลมากขึ้นใน 30 อันดับแรก ซึ่งรวมถึงรายชื่อบุคคลที่มีรูปแบบการลงทุนหุ้นแบบเน้นคุณค่าที่เป็นที่รู้จักอยู่หลายคน และถึงปัจจุบันเห็นได้ว่าผู้ถือหุ้นทั้งที่เป็นคนเก่าก็มีปริมาณหุ้นที่ลงทุนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ขณะเดียวกันก็เห็นชื่อนักลงทุนรายบุคคลใหม่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
นำศักดิ์ บอกว่า ในแง่ของปัจจัยพื้นฐานของบริษัทไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลหรือนำเสนอข้อมูลให้กับผู้ลงทุนที่ทำเป็นประจำก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเดิม ที่เน้นให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (ออฟเดย์) เพื่อรายงานความคืบหน้าผลประกอบการเป็นรายไตรมาส
“การที่ผู้ลงทุนเข้ามาซื้อ EASTW อาจเป็นเพราะมีความเข้าใจในกลุ่มอุตสาหกรรม มั่นใจในทิศทางการเติบโตของบริษัท และเห็นโอกาสในการลงทุนที่จะได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดีจึงทยอยเข้าสะสม เพราะส่วนหนึ่งบริษัทก็มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง และการที่มีนักลงทุนรายย่อยที่เป็นรายบุคคลเข้ามาลงทุนมากขึ้น ก็น่าจะมีส่วนช่วยทำให้ปริมาณหมุนเวียนของหุ้นดีขึ้น และส่งผลให้ราคาหุ้นก็ปรับขึ้น เพราะจากที่หุ้นบริษัทเคยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนเพียงหลักพันหมื่นหุ้นต่อวัน ก็มีปริมาณซื้อขายถึงหลักแสนหุ้นต่อวัน” นำศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนที่นักลงทุนรายย่อยซื้อขายมีเพียง 15% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เพราะจำนวนหุ้นที่เหลือ 85% ส่วนใหญ่เป็นการถือหุ้นในระยะยาว แบ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 ราย การประปาส่วนภูมิภาค และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ถือหุ้นรวมกัน 45% บริษัท ผลิตไฟฟ้า ถือหุ้น 19% กองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนของไทยหลายแห่งถือรวมกัน 10% และกองทุนต่างประเทศอีก 10%
“นำศักดิ์” ยังให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การที่มีนักลงทุนรายย่อย หรือกลุ่มวีไอ เข้ามาลงทุนในหุ้นบริษัท ยังช่วยทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) หลายแห่งเข้ามาเยี่ยมเยียนและสอบถามการเติบโตของบริษัท รวมทั้งออกบทวิเคราะห์ของ EASTW มากขึ้น ซึ่งเทียบกับแต่ก่อนมีเพียงไม่กี่แห่งที่จะทำบทวิเคราะห์บริษัทเราออกมา หรือไม่ก็จะทำเมื่อมีกรณีที่ลูกค้าที่เป็นนักลงทุนสถาบันหรือต่างชาติขอบทวิเคราะห์เป็นรายกรณี แต่บริษัทมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า เมื่อก่อนบริษัทมีขนาดเล็กและมีสภาพคล่องไม่เพียงพอที่นักวิเคราะห์จะทำบทวิจัยหรือประเมินมูลค่า
SINGER เทิร์นอะราวด์
วีไอยกทีมเยี่ยมชมกิจการ
“บุญยง ตันสกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ยอมรับว่า การที่นักลงทุนกลุ่มวีไอเข้ามาลงทุนในบริษัทก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้นบริษัทมีการปรับขึ้นด้วย แต่ก็มีเหตุผลอื่นที่เป็นส่วนประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการของบริษัทเริ่มพลิกกลับมามีผลประกอบการที่ดี (เทิร์นอะราวด์) เพราะเริ่มมีผลขาดทุนน้อยลง ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่นักลงทุนเห็นว่าบริษัทมีแนวโน้มขาขึ้น ก็เริ่มเข้ามาลงทุนในหุ้นบริษัท รวมทั้งเป็นผลจากที่บริษัทร่วมให้ข้อมูลกับนักลงทุนในกิจกรรมออฟเดย์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี
เขาย้อนเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ปี 2550 ราคาหุ้นอยู่ที่ 1.7 บาท และพอผลประกอบการเริ่มดีขึ้น ปี 25522553 กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ก็เริ่มขายหุ้นออกประมาณ 7% ที่ราคา 67 บาท ทำให้เหลือหุ้นอยู่ 42% ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้รายย่อยเริ่มเก็บหุ้น SINGER และตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เริ่มมีนักลงทุนชื่อ “นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ที่เหมือนเป็นการรับรองคุณภาพ ทำให้นักลงทุนกลุ่มวีไอและราย ย่อยอื่นทยอยเข้ามาเก็บหุ้นบริษัทอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 25532554 บริษัทมีนักลงทุนรายย่อยมากกว่า 1 หมื่นราย และตลอดที่ผ่านมามีนักลงทุนวีไอกลุ่มใหญ่ประมาณ 4050 คน ได้เข้ามาเยี่ยมชมและพบผู้บริหารบริษัทแล้ว 23 ครั้ง ซึ่งหลังได้พบนักลงทุนวีไอ ต้องยอมรับว่านักลงทุนกลุ่มนี้เก่งและขยันในการหาข้อมูลถามคำถามเข้ามายังบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
“การให้ข้อมูลนักลงทุนในงานออฟเดย์ ถือว่าได้รับผลตอบรับที่มาก จากเริ่มแรกที่ไป ไม่ค่อยมีผู้ร่วมฟัง จนเดี๋ยวนี้มีมากจนแน่นห้อง และยังได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนที่ชมทางออนไลน์ และมีการตั้งคำถามเข้ามามากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทได้มีความเข้าใจ และรู้จักพัฒนาการเตรียมพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับนักลงทุนทุกประเภทได้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็พยายามให้ข้อมูลเป็นธรรมกับนักลงทุนทุกฝ่าย” บุญยง กล่าวทิ้งท้าย
เห็นได้ว่านักลงทุนเมื่อกลุ่มวีไอเข้าไปลงทุนในหลักทรัพย์ใด อาจจะมีส่วนช่วยในการรับประกันคุณภาพได้ขั้นหนึ่งสำหรับนักลงทุนรายอื่น ว่าบริษัทนั้นมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทนั้นก็สอดรับให้เห็น แต่ให้ดีที่สุดนักลงทุนควรตัดสินใจการลงทุนในแบบฉบับของตัวเอง เพราะการลงทุนในแบบฉบับของคนหนึ่งอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปกับอีกคนหนึ่ง ว่าจะได้อัตราผลตอบแทน ที่เหมือนกัน







