
อ้อนครม.จ่าย2.5 หมื่นล้านพยุงราคายาง
เกษตรฯ ขอ ครม.จ่าย 2.5 หมื่นล้านรวดเดียว กระตุ้นซื้อยางโครงการรักษาเสถียรภาพราคา
เกษตรฯ ขอ ครม.จ่าย 2.5 หมื่นล้านรวดเดียว กระตุ้นซื้อยางโครงการรักษาเสถียรภาพราคา
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงได้เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 8 ม.ค. พิจารณาอนุมัติงบประมาณเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท จากการให้เบิกจ่ายครั้งละ 5,000 ล้านบาท เป็นการอนุมัติครั้งเดียวทั้ง 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของรัฐ คาดว่าหลังจาก ครม.อนุมัติจะส่งผลให้ราคายางพาราในตลาดสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม จากราคา ณ วันที่ 7 ม.ค. ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 102.60 บาทต่อกิโลกรัม
สำหรับโครงการรักษาเสถียร ภาพราคา ขณะนี้ได้มีการทำแผนการรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ 52 จังหวัดแล้ว เพื่อใช้เป็นแผนกำกับการซื้อยางของแต่ละจังหวัด ป้องกันการทุจริตในการรับซื้อยางของโครงการตามข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
แผนดังกล่าวจะใช้สำหรับซื้อยางในระยะเวลาที่เหลือของโครง การ ม.ค.มี.ค. 2556 คาดว่าจะรับซื้อปริมาณทั้งสิ้น 1.7 แสนตัน มูลค่าประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท เกษตร กรที่เข้าโครงการจะให้ร่วมไม่เกิน 2 กิโลกรัมต่อไร่ต่อ 17 วันต่อเดือน และไม่เกิน 25 ไร่ต่อรายเพื่อมุ่งไปยังเกษตรกรรายย่อยและให้รายงานผลการรับซื้อต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการฯทุก 15วันและรายงานต่อคณะกรรมการบริหารฯทุกเดือน
“ แผนงานดังกล่าวจะเสนอให้คณะกรรมการบริหารโครงการ ที่มีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.กระทรวงเกษตรฯพิจารณาในวันที่ 9 ม.ค. เมื่อเห็นชอบจะได้ใช้เป็นแนวทางในการรับซื้อของแต่ละจังหวัด ”แหล่งข่าวระบุ
แผนการรับซื้อดังกล่าวประกอบด้วย1. แผนการรับซื้อยางพาราในภาคใต้รวมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 15 จ. ปริมาณยาง 1.08 แสนตัน มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท โดยยางดังกล่าวจะจัดเก็บที่โกดังกันตัง โกดังสุราษฏร์ โกดังปกาศัย โกดังศูนย์วิจัยยางขุนทะเล เป็นต้น 2.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จ.ปริมาณยาง4.4 หมื่นตัน มูลค่า4.4 พันล้านบาท 3.ภาคเหนือ 13 จ. ปริมาณยาง7 พันตัน มูลค่า698 ล้านบาท 4.ภาคตะวันออก 6 จ.ปริมาณยาง 1.1 หมื่นตัน มูลค่า1.1 พันล้านบาท ทั้งหมดเก็บยางที่โกดังศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา โกดังนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ระยอง โกดังบริษัทชญานนท์ จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตามปริมาณยางที่รับซื้อทั้งหมดคาดว่าจะเป็นยางก้อนถ้วย 3.7 หมื่นตัน ยางแผ่นดิบ 7.5 หมื่นตัน ยางแผ่นรมควัน 5.8 หมื่นตัน
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวปัจจุบันซื้อยางไปแล้วทั้งสิ้น 194,027 ตัน มูลค่าซื้อยาง 1.9 หมื่นล้านบาท มีเงินค้าจ่ายเกษตรกร 2.2 พันล้านบาท โดยการซื้อยางขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติงบประมาณก้อนดังกล่าวจากครม. ซึ่งจะส่งผลให้โครงการนี้มีการอนุมัติวงเงินใช้ในโครงการทั้งสิ้น 4.7 หมื่นล้านบาท







