
แอร์บัส เอ 380-800 ปฏิบัติการโค่ยจำโบ้โบอิ้ง
สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบินและผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางโดยสารเครื่องบินอยู่ไม่น้อย ที่จะได้ใช้บริการนกเหล็กยักษ์ แอร์บัส เอ 380–800 ที่คิดค้นและผลิตโดยบริษัท แอร์บัส อินดัสทรี ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสาร 2 ชั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสูงจากพื้นเท่ากับตึก 3 ชั้น ความจุสูงสุด 853 ที่นั่ง โดยขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้ออกแบบการจัดเรียงที่นั่ง ส่งผลให้ยอดการจองปัจจุบัน 257 ลำ จาก 20 สายการบินชั้นนำของโลก เช่นเดียวกับสายการบินไทย สายการบินแห่งชาติได้สั่งเครื่องบินรุ่นดังกล่าว 6 ลำ และเป็นสายการบินที่ 9 ของโลก ที่ได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัสมาประดับฝูงบิน
สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบินและผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางโดยสารเครื่องบินอยู่ไม่น้อย ที่จะได้ใช้บริการนกเหล็กยักษ์ แอร์บัส เอ 380–800 ที่คิดค้นและผลิตโดยบริษัท แอร์บัส อินดัสทรี ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสาร 2 ชั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสูงจากพื้นเท่ากับตึก 3 ชั้น ความจุสูงสุด 853 ที่นั่ง โดยขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้ออกแบบการจัดเรียงที่นั่ง ส่งผลให้ยอดการจองปัจจุบัน 257 ลำ จาก 20 สายการบินชั้นนำของโลก เช่นเดียวกับสายการบินไทย สายการบินแห่งชาติได้สั่งเครื่องบินรุ่นดังกล่าว 6 ลำ และเป็นสายการบินที่ 9 ของโลก ที่ได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัสมาประดับฝูงบิน
ทั้งนี้ เครื่องบินแอร์บัสผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตอบโจทย์การมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน โดยใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบไฟฟ้าทางการบิน และระบบควบคุมการบิน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15-20%/ที่นั่ง/กิโลเมตร เมื่อบรรทุกผู้โดยสารเต็มลำ แอร์บัส เอ 380800 สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงกว่า 3 ลิตร/ ผู้โดยสาร 1 คน/100 กิโลเมตร
ด้านส่วนประกอบลำตัวของเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ผลิตจากวัสดุ Composite Materials ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอะลูมิเนียม ขณะที่ห้องโดยสารแบ่งเป็นชั้นบนและชั้นล่างมีความกว้างขวาง ส่งผลให้การเดินทางระยะไกลมีความสะดวกสบายขึ้น
โดย โทมัส เบอร์เกอร์ Produc Marketing Director A380 บริษัท แอร์บัส อินดัสทรี เล่าว่า นับจากทศวรรษนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 จะเป็นนวัตกรรมที่ช่วงชิงส่วนแบ่งทางตลาดเครื่องบินขนาดใหญ่มาจากผู้ผลิตโบอิ้ง ซึ่งมองว่าความจุและเทคโนโลยีการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก จะทำให้แอร์บัสก้าวขึ้นเป็นผู้นำการตลาดกลุ่มเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก
ทั้งนี้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมการบินจะเติบโตเฉลี่ย 4.7% โดยสายการบินในแถบภูมิภาคเอเชียจะเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว ซึ่งแอร์บัสเตรียมผลิตเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของสายการบินและนักเดินทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิตแอร์บัส 350 XWB ซึ่งมีขนาดลำตัวกว้างกว่าแอร์บัส เอ 380 คาดว่าลำแรกจะส่งมอบได้ประมาณต้นปีหน้า
ด้าน สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เล่าถึงแผนการบินแอร์บัส เอ 380-800 ว่า บริษัทได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ลำที่ 3 นามพระราชทานไชยา ทะเบียน HSTUC เมื่อปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทยอยรับมอบจนครบจำนวน 6 ลำ ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งนำมาให้บริการเส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯแฟรงก์เฟิร์ต กรุงเทพฯฮ่องกง กรุงเทพฯนาริตะ และกรุงเทพฯปารีส
“การบินไทยมีแผนกระตุ้นให้ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางโดยสารเครื่องบินมาใช้บริการ เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และที่นั่งมีความสะดวกสบายกว่าเครื่องทุกรุ่น ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมองจุดขายเรื่องความสะดวกสบายของแอร์บัส 380 จะทำให้ได้รับความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง” สรจักร กล่าว
การบินไทยได้ใช้งบประมาณ 10% ของราคาเครื่องบิน 250 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการตกแต่งห้องโดยสาร โดยกำหนดความจุที่นั่ง 507 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งผู้โดยสารชั้น 1 จำนวน 12 ที่นั่ง ที่นั่งผู้โดยสารชั้นธุรกิจ จำนวน 60 ที่นั่ง และที่นั่งผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 435 ที่นั่ง พร้อมตกแต่งภายในสะท้อนถึงอัตลักษณ์อันยาวนานของการบินไทย ผสมผสานงานจิตรกรรมฝาผนังที่สื่อถึงความเป็นไทย
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ได้ใช้บริการเครื่องบินแอร์บัส เอ 380800 ของการบินไทย ความโอ่โถงของห้องโดยสาร เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศให้การเดินทางระยะไกลดูผ่อนคลายลง การให้สีตกแต่งสีม่วงที่สื่อถึงสัญลักษณ์การบินไทย พื้นที่กว้างสบายของที่นั่งในชั้นธุรกิจ จำนวน 60 ที่นั่ง สามารถปรับที่นอนได้ 180 องศา แต่ละที่นั่งมีความกว้าง 20 นิ้ว โดยแต่ละที่นั่งมีความอิสระต่อกัน สามารถเดินเข้าออกได้โดยไม่รบกวนที่นั่งข้างๆ
ขณะที่ที่นั่งในชั้นเฟิสต์คลาส การตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังโทนสีครีม สร้างความอบอุ่นและสบายตาให้กับผู้ใช้บริการ แต่ในทางตรงข้ามกลับเป็นสีที่มีรอยเปื้อนง่าย โดยเฉพาะรอยขีดข่วนปากกา ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของผู้โดยสาร ขณะกรอกรายละเอียดผ่านตรวจคนเข้าเมือง
สำหรับที่นั่งในชั้นเฟิสต์คลาส มีเพียง 12 ที่นั่ง ระยะห่างระหว่างที่นั่ง 83 นิ้ว แต่ละที่นั่งมีความกว้าง 26.5 นิ้ว สามารถปรับเอนได้ 180 องศา เช่นเดียวกับชั้นธุรกิจ
ด้านการบริการบนเครื่องของการบินไทย แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะสวยเฉี่ยวน้อยกว่าสายการบินอื่นๆ แต่ต้องยอมรับว่ามารยาทการบริการของคนไทยไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน ด้านความบันเทิงบนเครื่องที่การบินไทยพยายามปรับปรุงการบริการให้เหนือกว่าสายการบินคู่แข่งนั้น อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งลูกเล่นสาระความบันเทิง ปัจจุบันมีภาพยนตร์ให้เลือก 100 เรื่อง สามารถรับชมทีวีได้ถึง 150 รายการ อัลบั้มซีดีเพลง 500 แผ่น และเกมต่างๆ สร้างความเพลิดเพลินให้ตลอดระยะการเดินทาง
แต่อย่างไรก็ตาม การบินไทยควรมีแผนเปลี่ยนเนื้อหาเพลง รายการ เกม ภาพยนตร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นประจำไม่เกิดความจำเจ รวมถึงการเลือกเพลงที่อยู่ในกระแสความนิยมทั้งเก่าและใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและอรรถรสการรับชมและรับฟัง
ในยุคที่ทุกสายการบินต่างนำเสนอการบริการบนเครื่อง ที่เปรียบเหมือนโรงแรมลอยฟ้าได้นั้น จำเป็นที่การบินไทยต้องเร่งเครื่องการพัฒนาฝูงบินและการบริการให้เหนือชั้น เหนือคู่แข่งที่เตรียมระเบิดศึกการแข่งขันอย่างเต็มที่นับจากปีนี้







