posttoday
กรุงไทยชี้ช่องอิตาเลียนไทยขอกู้ทวายยาก

กรุงไทยชี้ช่องอิตาเลียนไทยขอกู้ทวายยาก

07 มกราคม 2556

อิตาเลียนไทยฯ ติดหล่มกู้ทวาย “แบงก์กรุงไทย” เผยต้องมีทุนในมือ 1 ส่วน จากมูลค่าโครงการเกือบ 3 แสนล้านบาท แนะทางออกรัฐบาลเข้าช่วยเงินทุน

อิตาเลียนไทยฯ ติดหล่มกู้ทวาย “แบงก์กรุงไทย” เผยต้องมีทุนในมือ 1 ส่วน จากมูลค่าโครงการเกือบ 3 แสนล้านบาท แนะทางออกรัฐบาลเข้าช่วยเงินทุน

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศเมียนมาร์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีหลายส่วน อาทิ ท่าเรือน้ำลึก โครงการปิโตรเคมี นิคมอุตสาหกรรม ใช้เงินลงทุนสูงมาก เอกชนไม่สามารถลงทุนได้เพียงรายเดียว ไม่เช่นนั้นจะติดปัญหาการขอสินเชื่อ

“ธนาคารพาณิชย์จะให้สินเชื่อโดยพิจารณาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2:1 เท่ากับกรณีทวายเอกชนต้องมีทุนของตัวเอง 1 ส่วน หากมูลค่าโครงการเกือบ 3 แสนล้านบาท เอกชนก็ต้องมีทุนถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องยากมากหากเป็นเอกชนรายเดียว เพราะผู้ถือหุ้นจะต้องใส่เงินเพิ่มทุนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องพิจารณาความเสี่ยงคู่ไปด้วย” นายวรภัค กล่าว

นายวรภัค กล่าวต่อไปว่า ทางออกของปัญหานี้ คือ รัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนช่วยเรื่องเงินทุนในบางส่วน เนื่องจากทวายเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ถ้ารัฐบาลไม่เข้าช่วย เอกชนก็ต้องทำการตลาดเก่งเพื่อขายตัวโครงการ ทำให้เห็นความน่าสนใจ

“ปัญหาตอนนี้อยู่ที่แผนธุรกิจว่า อิตาเลียนไทยฯ จะแบ่งส่วนหรือจะทำเองทั้งหมด เพราะโครงการนี้ใหญ่มาก ต้องใช้ทุนตัวเองค่อนข้างมาก แบงก์ยินดีสนับสนุนสินเชื่อกันอยู่แล้ว แต่แบงก์ก็มีกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อว่าทุนก็ต้องมีในสัดส่วนที่เหมาะสม” นายวรภัค กล่าว

นายวรภัค กล่าวว่า ทวายเป็นโครงการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะพื้นที่การลงทุนเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี สามารถต่อยอดไปในประชาคมอาเซียน (เออีซี) แต่ในรายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจน และยังมีจุดบอดในเรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติ มีการสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวพบว่าคาร์บอนต่ำ และอาจจะทำโครงการอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างปิโตรเคมีได้ผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพไม่ดีเท่าก๊าซในอ่าวไทย แต่ก็เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการจัดการส่งสินค้าครบวงจร (โลจิสติกส์) สำหรับส่งออกและนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อการผลิต

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนตัวคู่สัญญา หรือหากไม่ใช่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ แต่ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ขึ้นมา น่าจะหาแหล่งเงินได้ง่ายกว่าเดิม และเชื่อว่าเอกชนไทยรายอื่นต้องได้เข้าร่วมลงทุนโครงการนี้ แต่อิตาเลียนไทยฯ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีความรู้ความเข้าใจการก่อสร้าง จึงได้เปรียบเอกชนรายอื่น

ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาร์ต้องการปรับเปลี่ยน Framework Agreement โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก โดยเปลี่ยนคู่สัญญาจากอิตาเลียนไทยฯ เป็นบริษัทโฮลดิงคอมพานีใหม่ เนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถระดมทุนได้ ทำให้งานเกิดความล่าช้า และถือเป็นสิทธิที่รัฐบาลเมียนมาร์สามารถทำได้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน