
ยูดี ทาวน์ เจอพิษการเมืองส่งผลแผนเปิดตัวศูนย์ฯช้า 3 เดือน
ยูดี ทาวน์ เจอพิษการเมืองศูนย์ฯ เสร็จล่าช้ากว่า 3 เดือน เล็งขยายศูนย์ฯ ขนาดย่อม หนองคาย สกลนคร โรงแรม แต่ต้องรอการเมืองนิ่ง
ยูดี ทาวน์ เจอพิษการเมืองศูนย์ฯ เสร็จล่าช้ากว่า 3 เดือน เล็งขยายศูนย์ฯ ขนาดย่อม หนองคาย สกลนคร โรงแรม แต่ต้องรอการเมืองนิ่ง
นายวรพล วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ในจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากปัญหาการเมืองที่ไม่สงบนิ่งในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนภายในศูนย์ฯ ออกไป จึงส่งผลให้แผนการก่อสร้างพื้นที่ต่างๆ ต้องล่าช้า และทำให้แผนการเปิดตัวศูนย์ฯ อย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ.-มี.ค. ต้องเลื่อนออกไปเป็นเดือน มิ.ย. แม้ในขณะนี้จะมีพื้นที่ที่เปิดให้บริการได้เพียง 60% แต่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวอุดร คนจากจังหวัดใกล้เคียง และชาวลาว เข้ามาในศูนย์เป็นจำนวนมาก หรือราว 4,000 คนต่อวัน มีอัตราการใช้จ่ายราว 500 บาทต่อหัว/วัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าเมื่อยูดี ทาวน์ สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะมีคนเข้ามาในศูนย์ราว 15,000 คนต่อวัน และ 20,000 คนในวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนอัตราการใช้จ่ายต่อหัวก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 – 1,500 บาทต่อหัว/วัน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการติดต่อและสนใจร่วมลงทุนเป็นศูนย์ไลฟ์สไตล์ มอลล์ แบบยูดี ทาวน์ ในจังหวัดหนองคาย และสกลนคร บนพื้นที่และขนาดที่เล็กกว่ายูดี ทาวน์ หรือมีพื้นที่การใช้สอยราว 7,000 – 9,000 ตารางเมตร โดยต้องใช้งบลงทุนราว 200 – 300 ล้านบาทนั้น ซึ่งเป็นเพราะปัญหาการเมืองที่ทำให้แผนการพิจารณาการขยายศูนย์ฯ ต้องเลื่อนออกไปในช่วงกลางปี และหากสามารถหาข้อสรุปได้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดศูนย์ฯ ที่จังหวัดหนองคาย และสกลนคร ได้ในปี 2554
“เมื่อศูนย์ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ยูดี ทาวน์ เสร็จสมบูรณ์ ทางบริษัทก็มีแนวคิดที่จะสร้างโรงแรมขนาดเล็ก หรือบูติก โฮเต็ล ขนาด 50 ห้อง ขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับ ยูดี ทาวน์ ด้วยงบลงทุนราว 200 ล้านบาท แต่เนื่องจากปัญหาการเมืองอาจจะส่งผลให้ชาวต่างชาติ และคนไทยในจังหวัดต่างๆ ไม่กล้าเดินทาง หรือไม่มีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย แผนดังกล่าวจึงยังอยู่ในช่วงของการพิจารณาเช่นเดียวกัน” นายวรพล กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับแผนการในการดำเนินการที่ยังเหลืออยู่ 40% ของยูดี ทาวน์ ได้แก่ การก่อสร้างศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ซึ่งต้องใช้งบลงทุน 40 – 50 ล้านบาท การสร้างซุปเปอร์มาร์เก็ตภายใต้การดำเนินงานของ เทสโก้ โลตัส ที่จะเป็นรูปแบบใหม่บนพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร โดยขายสินค้าระดับพรีเมี่ยมกว่าเทสโก้ โลตัส ทั่วไป และเน้นขายสินค้าประเภทอาหารสด อาหารพร้อมปรุง เป็นต้น
นายวรพล กล่าวต่อว่า การเปิดร้านอาหารทั้งฟาสด์ฟู้ดและเรสเตอร์รองในยูดี ทาวน์ ในช่วงทดลองขาย หรือซอฟท์ โอเพ่นนิ่ง พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในเดือน เม.ย. นี้จะมีร้านอาหารที่เปิดอีก เช่น โออิชิ เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นสาขาแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ไอส์ มอนสเตอร์, กาแฟวาวี,
“ตามที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลจะมาเปิดที่ อุดรธานี ในปี 2554 บริษัทมองว่าไม่ได้เป็นคู่แข่งของศูนย์ฯ เพราะยูดี ทาวน์ มีข้อแตกต่าง และจุดแข็งเป็นของตัวเอง ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อยู่แล้ว ทางเซ็นทรัล ก็มีจุดดี จุดแข็งที่ไม่เหมือนกัน แต่อาจจะมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงหรือทับซ้อนกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ” นายวรพล กล่าว







