
ขายตรงขยายเข้าโซเชียลมีเดีย
ผ่านระบบเฟซบุ๊กทวิตเตอร์กูรูคาดมาแรงแน่ปีนี้โต30%
ผ่านระบบเฟซบุ๊กทวิตเตอร์กูรูคาดมาแรงแน่ปีนี้โต30%
กระแสตลาดแบบตรงมาแรง อาศัยเครื่องมือ โซเชียลมีเดียหนุน สร้างระบบขายตรงผ่านเพื่อน คาดปีนี้โต 20-30%
นายศรัณย์ เวชสุภาพร นายกสมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย (Thai Direct Marketer Association) หรือ TDMA กล่าวว่า แนวโน้มการตลาดแบบตรงในปีนี้จะคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะจากกระแสสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ในต่างประเทศที่พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มขึ้นทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ให้สามารถขายของให้กลุ่มเพื่อนได้ เป็นระบบขายตรงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
นอกจากนี้ การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจการซื้อดีลและอีคูปองจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากขึ้น และเมื่อประเทศไทยเปิดให้บริการโทรศัพท์ระบบ 3จี ขึ้น ส่งผลให้การทำตลาดผ่านมือถือจะขยายตัว เช่น การทำตลาดเจาะรายพื้นที่ (โลเกชัน เบส มาร์เก็ตติง) ที่สามารถนำเสนอโปรโมชันให้กับผู้บริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามสถานที่ที่ผู้บริโภคอยู่ ณ จุดนั้นๆ ถือเป็นเครื่องมือการตลาดแบบตรงที่มีประสิทธิภาพ เช่น บริการของไลน์ เป็นต้น
สำหรับช่องทางตลาดแบบตรงผ่านทีวีช็อปปิ้ง ในปีนี้ยังคงแข่งขันสูง หลังจากการเข้ามาของผู้ประกอบการจากเกาหลีทั้งโอ ช็อปปิ้ง และทรู ซีเล็คท์ ขณะที่ผู้ประกอบการรายหลักอย่างทีวี ไดเร็คท์ ยังเติบโตท่ามกลางการขยายตัวของเคเบิลและทีวีดาวเทียม
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ตลาดแบบตรงมีอัตราการเติบโตสูงในสัดส่วน 20-30% โดยหากวัดในช่องทางจำหน่ายอย่างเดียวจะมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่หากรวมการใช้ตลาดแบบตรงเพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดแบบหนึ่ง อาจจะมีมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้นอกจากบริษัทใหญ่ที่ใช้เครื่องมือนี้แล้ว กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีได้หันมาใช้การทำตลาดแบบตรงเป็นเครื่องมือหลักในการทำธุรกิจด้วย
ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 การตลาดแบบตรงจะกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่มีประสิทธิภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะจะทำให้ต้นทุนต่างๆ ถูกลงทั้งค่าขนส่ง ค่าเงิน ภาษีนำเข้าสินค้าต่างๆ จะลดลง ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัว โดยเฉพาะการฝึกทักษะของบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับโอกาสทางการตลาดนี้







