
ไฟแขขซ์ทูเดย์
...เศรษฐกิจไทยประเดิมปีใหม่ 2556 ยังอยู่ในอาการอมโรค ไม่สดใสปลอดโปร่ง เพราะนอกจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และความกังวลปัญหาการเมืองภายในประเทศแล้ว เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นน่าเชื่อถืออีกด้วย
...เศรษฐกิจไทยประเดิมปีใหม่ 2556 ยังอยู่ในอาการอมโรค ไม่สดใสปลอดโปร่ง เพราะนอกจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และความกังวลปัญหาการเมืองภายในประเทศแล้ว เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นน่าเชื่อถืออีกด้วย
หน่วยงานรัฐบาลยังชอบให้ข้อมูลเศรษฐกิจไม่สะท้อนความเป็นจริง หากจำกันได้ปีที่ผ่านมารัฐบาลตั้งเป้าการส่งออกโต 15% ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไม่ได้ และตัวเลขออกมาจริงโตได้แค่ 45% เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังประโคมข่าวเครดิตไทยต่ำกว่าเป็นจริง เพื่อให้สถาบันจัดอันดับเพิ่มเครดิตให้ แต่สุดท้ายไม่ได้เพิ่ม แล้วแถมจะถูกลดอีกต่างหาก เพราะพิษจากโครงการประชานิยม และปัญหาการเมืองที่ส่อโหมโรงร้อนกันตั้งแต่ต้นปี แม้แต่โครงการจำนำข้าว ที่รัฐบาลบอกไม่ขาดทุน ไม่มีทุจริต แต่ทำเข้าจริงสวนทางกันสิ้นเชิง จนสั่งทุกฝ่ายปิดข้อมูลเงียบ ส่งผลให้โครงการรับจำนำข้าวเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจไทยจมอยู่ในกองหนี้
เค้าลางมรสุมทางเศรษฐกิจปี 2556 เป็นเรื่องที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องลงมือมาบริหารเศรษฐกิจของประเทศอย่างจริงจัง เพราะหากยังปล่อยให้มือรองตัวแทนบริหารและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจด้านเดียวให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ และสื่อสารออกไปไม่ตรงกับความเป็นจริง จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากขึ้นเท่านั้น
...ช่วงนี้ประเทศไทยกลายเป็นสังคมอุดมหนี้ แม้จะน่าเห็นใจการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่มีแต่ปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นยาก หากรัฐบาลไม่สามารถปั่นตัวเลขจีดีพีให้เพิ่มขึ้นได้ ในขณะที่รัฐบาลยังก่อหนี้สูง จะยิ่งทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงมาก ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
เมื่อเงินไม่พอ ก็ต้องใช้เงินนอกงบประมาณ ซึ่งจะเอามาจากรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เป็นสูตรสำเร็จที่รัฐบาลที่บริหารแบบหวือหวาเลือกก่อหนี้มากกว่าการประหยัด โดยมีหลักคิดที่ว่า เป็นหนี้แต่มีปัญญาใช้ ดีกว่าไม่มีเงิน รัฐบาลไม่ได้คิดถึงความพอเพียง พอดี และพอเหมาะ
แต่สำหรับครัวเรือน ปรัชญาที่ว่า การไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐ เป็นแนวทางที่ดีกว่าแน่นอน







