
เคทีออพติคแตกขาอสังหาฯ
ลุยพัฒนาโครงการต่างจังหวัดฝัน35ปีรายได้เท่าร้านแว่นตา
ลุยพัฒนาโครงการต่างจังหวัดฝัน35ปีรายได้เท่าร้านแว่นตา
เคที ออพติค แตกธุรกิจขาที่ 2 อสังหาฯ ปั้นโครงการใหม่นครสวรรค์พิษณุโลก หวัง 35 ปีรายได้อสังหาฯ เท่าร้านแว่นตา
นายสุเมธ วณิชไพสิฐ กรรมการ บริษัท วิสดอม ลิฟวิ่ง ในเครือเคที ออพติค กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนหันมารุกทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากพบว่าการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ผลกำไรตอบแทนสูงกว่าการทำธุรกิจแว่นตา คือ มีกำไรอยู่ที่ประมาณ 40% ขณะที่การทำธุรกิจร้านแว่นตาภายใต้ชื่อ เคที ออฟติค มีผลกำไรตอบแทนเพียง 15%
ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทได้ทดลองพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในรูปแบบทาวน์โฮมจำนวน 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการใน จ.นครสวรรค์ 3 โครงการ และพิษณุโลก 1 โครงการ ปรากฏว่าได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยแผนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าจะเปิดตัวโครงการใหม่เข้าทำตลาดใน จ.นครสวรรค์ อีก 12 โครงการ ซึ่ง 1 โครงการ จะเป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น ส่วนที่เหลืออีก 1 โครงการ อยู่ระหว่างการรอผลสรุปการเจรจาซื้อขายที่ดิน
สำหรับการซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้น จะต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ปัจจุบันบริษัทมีชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินการพัฒนาอยู่ทั้งหมด 3 ชื่อ ประกอบด้วย วัน พลัส กรีน พาร์ค และเปรมปริญ โดยกลุ่มเป้าหมายของการทำตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในส่วนของคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮมจะเป็นกลุ่มข้าราชการ หมอ และพยาบาลที่อยู่ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งหลังจากเปิดขายในแต่ละโครงการปรากฏว่าได้ผลการตอบรับที่ดี เพราะผู้บริโภคยังมีความต้องการสูงแม้ว่าจะเป็นตลาดต่างจังหวัด
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง โดยในปีหน้าจะปิดการขายได้ 1 โครงการ ซึ่งในเดือน พ.ค. 2556 มีแผนเปิดตัวโรงแรมในรูปแบบบูติกภายใต้ชื่อ 42 ซี มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน อ.เมืองนครสวรรค์ เส้นไป จ.พิษณุโลก มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 79 ห้อง ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการคาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ประมาณ 5075%
“บริษัทจะมีการทำกิจกรรมทางการตลาดและทำโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง เจาะกลุ่มลูกค้าจัดงานแต่งงานและงานสัมมนา” นายสุเมธ กล่าว
อย่างไรก็ดี หลังจากที่บริษัทได้เดินหน้าขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีหน้าจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 20% เมื่อเทียบกับรายได้จากธุรกิจร้านแว่นตาเคที ออพติค ซึ่งถ้าหากผลการตอบรับในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังดีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในอีก 5 ปีจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเป็น 50% เท่ากับธุรกิจร้านแว่น







