posttoday
ตะวันออกฟุ้ง ไร้ปัญหาแล้ง

ตะวันออกฟุ้ง ไร้ปัญหาแล้ง

30 มีนาคม 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ภาคตะวันออกไร้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ปริมาณสำรองในอ่างสูงถึง 70% สู้แล้งสบายนาน 6 เดือน

นายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสต์วอเตอร์) เปิดเผยว่า ในปีนี้มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ต่างจากภาคเหนือและภาคอีสานที่มีน้ำต้นทุนเหลือเพียงแค่ 20% แต่อีสต์วอเตอร์จะติดตามสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา

สำหรับกรณีน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลและดอกกราย ช่วงปลายปีลดลงน้อยกว่า 190 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) อีสต์วอเตอร์จะต้องเตรียมสำรองน้ำ โดยลดการผันน้ำและลดปริมาณการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลไป จ.ชลบุรี ซึ่งจะให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระแทน แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะขอผันน้ำจากอ่างประแสร์มาสู่หนองปลาไหล และสูบน้ำจากแม่น้ำระยองมาที่มาบตาพุด เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รองรับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

ด้านนายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.ระยอง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกอยู่ในระดับเบาบางและปานกลาง โดยใน จ.ระยอง ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้วจำนวน 5 อำเภอ 16 ตำบล 110 หมู่บ้าน มีประชากรได้รับผลกระทบจำนวน 1.5 หมื่นครัวเรือน 3.98 หมื่นคน มีพื้นที่การเกษตรที่จะได้รับความเสียหายจำนวน 2,240 ไร่ ถือว่าไม่รุนแรงมาก รวมทั้งขณะนี้ปริมาณน้ำต้นทุนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำหลัก 5 แห่ง มีปริมาณมากพอสามารถใช้ได้อีกประมาณ 6 เดือน แม้ว่าจะไม่มีฝนตก

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 5 อ่าง มีความจุทั้งหมด 542.90 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำในปัจจุบัน 393.145 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 72.42% ของปริมาณความจุ ถือเป็นปริมาณสูงสุดที่เคยมีนับตั้งแต่ปี 2548แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำระโอกมี ปริมาณน้ำ 10.1 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 51.4% อ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำ 188 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 76.09% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณ 119 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 72.79% อ่างเก็บน้ำดอกกราย มีปริมาณน้ำ 46.8 ล้านลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ มีปริมาณน้ำ 28.3 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 70.80%

ทั้งนี้ แนวทางการจัดสรรน้ำในปีนี้จะแบ่งเป็นการจัดสรรน้ำสำหรับภาคเกษตรกรรม 221 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นสัดส่วน 42% รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรม 154 ล้าน ลบ.ม. สัดส่วน 30% การอุปโภคบริโภคหรือน้ำเพื่อผลิตเป็นน้ำประปา 91 ล้าน ลบ.ม. สัดส่วน 18% และการจัดสรรสำหรับระบบนิเวศ 54 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10%

ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำต่อวันอยู่ที่ 2 ล้าน ลบ.ม. ประกอบด้วยน้ำเพื่ออุปโภคบริโภควันละ 7 หมื่น ลบ.ม. น้ำเพื่อการเกษตรและรักษาระบบนิเวศวันละ 1.22 ล้าน ลบ.ม. และน้ำเพื่ออุตสาหกรรมวันละ 7.1 แสน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปีหน้าสถานการณ์แล้งน่าจะรุนแรงกว่านี้ ซึ่ง จ.ระยอง ได้วางแผนที่จะหาพื้นที่สำหรับเก็บน้ำให้ได้มากกว่านี้โดยจะจัดทำพื้นที่เก็บน้ำเล็กๆ ในลักษณะแก้มลิงให้กระจายอยู่ในจุดต่างๆ เพื่อผันน้ำจากอ่างใหญ่ลงสู่แก้มลิงเวลาที่มีปริมาณน้ำในอ่างมากเกินจนต้องปล่อยน้ำทิ้ง ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนมากขึ้น และจะขุดรอกคูคลองธรรมชาติให้สามารถรับน้ำได้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย