
คาใจข้าวนาปีได้10ล.ตัน
เอกชนยันไม่แย่งซื้อตามรัฐฟุ้งเหตุราคารับจำนำสูงชี้ส่อพิรุธ
เอกชนยันไม่แย่งซื้อตามรัฐฟุ้งเหตุราคารับจำนำสูงชี้ส่อพิรุธ
ผู้ส่งออกโรงสี โต้พาณิชย์ ไม่ได้ชิงซื้อข้าว จนยอดรับจำนำนาปีรอบปี 55/56 เหลือ 10 ล้านตัน จากรัฐตั้ง 15 ล้านตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ไม่รู้สาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาพูดว่า มีผู้ส่งออกและโรงสีเข้าไปแย่งซื้อข้าวในตลาด จนคาดว่ายอดรับจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 ที่จะปิดในช่วงเดือน ก.พ. 2556 ทำได้แค่ 10 ล้านตัน จากเป้าเดิม 15 ล้านตันนั้น ต้องการอะไรกันแน่ เพราะในความเป็นจริงตลาดข้าวไม่ได้มีการเข้าไปแย่งซื้อข้าวกันคึกคักขนาดนั้น เนื่องจากราคารับจำนำข้าวหอมมะลิสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท แล้วชาวนาที่ไหนจะยอมขายข้าวให้ผู้ส่งออกที่ซื้อราคาต่ำกว่า
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการส่งออก เปิดเผยว่า เชื่อสาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาพูดเช่นนี้ น่าจะมีเหตุผลอะไรลึกๆ ซ่อนอยู่ หรือไม่ก็กำลังจะปิดบังอะไรบาง อย่างอยู่ จึงออกมาพูดออกตัวไว้ก่อนว่า ปริมาณข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำปีนี้จะน้อยลง เพื่อเบี่ยงเบนไม่ให้ถูกโจมตี หรือจะเป็นการกันข้าวบางส่วนไว้ เพื่อเอาไว้เวียนเทียน
สอดคล้องกับวงการโรงสีที่ประสานเสียงเช่นเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้เลย ที่เอกชนจะเข้าไปแย่งซื้อข้าวจากที่รัฐบาลจำนำราคาสูง กว่าตลาดมาก ส่วนเหตุผลที่ปริมาณข้าวนาปี ซึ่งรัฐบาลคาดจะเข้าโครงการปีนี้น้อยกว่าเป้าหมาย เพราะที่ผ่านมาหลังมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้วงการข้าวตกใจมาก เนื่องจากข้อมูลที่ออกมาแฉเป็นความจริง จึงทำให้กระบวนการสวมสิทธิ์และการเวียนเทียนข้าว ชะลอการกระทำลง เพื่อกันการตรวจสอบ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเลขจำนำข้าวนาปี ถูกเบรกลงมากกว่า
อย่างไรก็ดี การตั้งตัวเลขที่สูงไว้ตั้งแต่ต้นนั้น ก็เป็นการตั้งที่สูงเกินจริง ซึ่งเป็นการขุดหลุมล่อไว้ก่อน แต่พอถึงเวลาไม่สามารถทำได้จริง เลยต้องหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ให้เสียหน้า แต่ข้ออ้างที่ใช้ดูไม่มีเหตุผลพอ และที่สำคัญผู้ที่พบเห็นการทุจริตนี้ก็ไม่กล้าแจ้งข้อมูลกับภาครัฐ เพราะกลัวเจอตอ เพราะกระบวนการทุจริตนี้มีอยู่ในทุกระดับชั้น
สำหรับวงเงินที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าว 4.05 แสนล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะไม่มีการปรับลดวงเงินลงแน่นอน เพราะปริมาณข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวจะไปงอกอยู่ในส่วนของข้าวนาปรัง (ข้าวนอกฤดูกาล) และหากเหลือก็คงไม่คืนเงินเข้าคลังด้วย แต่จะใช้วิธีการให้ทำเอกสารจำนำลม แล้วเอาข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์แทน สุดท้ายก็เอาส่วนต่างนั้นมาหารแบ่งกันในกระบวนการ ซึ่งก็เหมือนกับการจำนำรอบที่แล้ว







