posttoday
3จี อดีตไม่ชัด อนาคตไม่แน่นอน

3จี อดีตไม่ชัด อนาคตไม่แน่นอน

31 ธันวาคม 2555

การประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 3จี ของไทย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในกรณีความไม่ชัดเจนในการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ ทั้งเรื่องราคาตั้งต้นประมูลที่ไม่เหมาะสม และการแข่งขันที่ไม่เกิดขึ้นจริง

การประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 3จี ของไทย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในกรณีความไม่ชัดเจนในการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ ทั้งเรื่องราคาตั้งต้นประมูลที่ไม่เหมาะสม และการแข่งขันที่ไม่เกิดขึ้นจริง

ต่อประเด็นความไม่ชัดเจน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้ใช้ข้อมูลทางวิชาการเพื่อชี้ให้เห็นว่า การประมูลครั้งนี้ สร้างความเสียหาย 1.6 หมื่นล้านบาท ผู้บริหารกระทรวงการคลังต่างออกมาท้วงติงว่าการประมูลนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ที่ปรึกษาประธาน กทค. เองก็ทำหนังสือเสนอล้มประมูลเช่นกัน

สำหรับการประมูลครั้งนี้ เอไอเอสเสนอราคาสูงสุดประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนดีแทคและทรูเสนอราคาเท่ากันที่ 1.35 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำในการประมูล ผลก็คือทำให้รัฐได้รายได้รวมทั้งสิ้นเพียง 4.1625 หมื่นล้านบาท หรือสูงกว่าราคาตั้งต้น 2.8%

นอกจากนี้ กสทช. ยังได้ปรับเพดานการถือครองคลื่นความถี่ จากเดิม 20 เมกะเฮิรตซ์ เหลือสูงสุด 15 เมกะเฮิรตซ์ จากคลื่นความถี่ที่มีทั้งหมด 45 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้นไม่ว่าจะแข่งขันมากเพียงใด ผู้ร่วมประมูล 3 ราย ก็จะได้คลื่นความถี่สูงสุดเพียง 15 เมกะเฮิรตซ์ เท่ากัน ถือเป็นการออกแบบให้การประมูลแทบไม่เหลือการแข่งขันเลย

แม้จะมีเสียงท้วงติงจากหลายฝ่าย แต่ กสทช. ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดๆ จนกระทั่งมีการยื่น 6 คำร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีไว้พิจารณา ส่งผลให้ กสทช. อนุมัติมอบใบอนุญาตให้ 3 ผู้ร่วมประมูลเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2555 โดยมีการลงนามความร่วมมือขอให้มีการลดค่าบริการลง 1520% ในทั้งบริการเสียงและสื่อสารข้อมูล และมีการกำหนดเป็นเงื่อนไขต้องปฏิบัติตาม

แต่จนท้ายที่สุด ผู้ให้บริการอย่างดีแทค ก็ออกมาแสดงท่าทีว่าจะไม่มีการลดค่าบริการลง แต่จะเพิ่มบริการอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่าหรือมากกว่า 15% ขณะที่เอไอเอสและทรู สงวนท่าทีขอรอดูต้นทุนที่จะเกิดขึ้นก่อน

นี่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าหลังจากได้รับใบอนุญาตไปแล้ว กสทช. จะมีอำนาจสั่งให้ผู้ให้บริการปรับลดค่าบริการลงมาได้หรือไม่ และต้องติดตั้งโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ของประชากรในปีแรก 80% ในปีที่ 2 ได้ทันหรือไม่ หากทำไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบที่ได้ย่อมสะท้อนถึงอำนาจที่แท้จริงของ กสทช.นั่นเอง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ