posttoday
"โตชิบา" บุกอาเซียนยกเครื่องบุคลากร

"โตชิบา" บุกอาเซียนยกเครื่องบุคลากร

28 ธันวาคม 2555

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 2 ปีนับจากนี้ที่ประเทศไทยและชาติสมาชิกอีก 9 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เตรียมก้าวสู่การเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ตลาดเดียวกันจากประชากรในภูมิภาคนี้ ที่รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งกำลังซื้อขนาดมหึมาของโลก

จากขนาดของตลาดดังกล่าว ที่นอกจากจะเป็นแรงจูงใจนักลงทุนและเจ้าของสินค้าเกือบทุกกลุ่มที่เตรียมพุ่งตรงไปยังชาติอาเซียนแล้ว ขณะเดียวกับที่ผู้ประกอบการธุรกิจไทยหลายรายต่างก็เตรียมปรับตัวเพื่อลดเงื่อนไข และข้ออ่อนด้อยที่จะทำให้เสียเปรียบในการทำธุรกิจหรือขยายตลาดในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความสามารถในการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ ที่พบว่าคนไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนไปแล้วในขณะนี้

ณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ โตชิบา เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยเตรียมพัฒนาบุคลากรบริษัท โดยเฉพาะพนักงานขายให้มีความรู้ความสามารถทางด้านการสื่อสารในภาษาอังกฤษมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังจะพัฒนาแผ่นพับหรือโบรชัวร์สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ของโตชิบา อาทิ เตาอบไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว เป็นต้น ในทุกภาษาของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อขยายการทำตลาดในอนาคต ซึ่งเหลือระยะเวลาราว 2 ปีนับจากนี้ รวมถึงการทำกิจกรรมร่วมกับตัวแทนขาย (ดีลเลอร์) รายใหญ่เพื่อเข้าไปศึกษาตลาดในภูมิภาคดังกล่าว เพื่อขยายช่องทางการขายหรือการหาพันธมิตรท้องถิ่นในตลาดดังกล่าวในอนาคต

“บริษัทเตรียมพัฒนาพนักงานขายสินค้า หรือพีซี ให้มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษมากขึ้นภายใน 2 ปีนับจากนี้ ด้วยความน่าเป็นห่วงในอนาคตว่าคนไทยจะมีประสิทธิภาพด้านภาษาอังกฤษสู้กับประเทศอื่นๆ ไม่ได้ ที่ปัจจุบันคนไทยมีความรู้ภาษาอังกฤษเป็นอันดับ 9 ของชาติอาเซียน” ณัฐพงษ์ กล่าว

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า แผนดำเนินธุรกิจของบริษัทตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะเน้นการนำสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เช่น ให้ลูกค้าสามารถออกแบบสีและลวดลายประตูตู้เย็นได้เอง

การที่บริษัทหันมารุกสินค้านวัตกรรมมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าค่อนข้างรุนแรง โดยในส่วนของสินค้านวัตกรรมใหม่ที่บริษัทจะนำเข้ามาทำตลาดในปีหน้านั้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 รายการ แบ่งเป็นกลุ่ม เอชเอ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 4-5 รายการ กลุ่มเอวี หรือภาพและเสียง 2-3 รายการ และกลุ่มไอที 4-5 รายการ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเข้ามาเน้นการทำตลาดในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ หรือเฮลท์ตี และกลุ่มสินค้าความงาม หรือบิวตีมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปหันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทก็จะเน้นการสร้างความเข้าใจกับตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่ประมาณ 350 ราย เพื่อใช้เป็นช่องทางขายที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่ง เพราะการขายแบบเน้นแต่ช่องทางโมเดิร์นเทรดไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ครอบคลุม ดังนั้นบริษัทจะหันมาทำการตลาดร่วมกับดีลเลอร์มากขึ้น

“ช่วงน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมากลุ่มดีลเลอร์เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญกับบริษัทอย่างมาก เพราะช่วงนั้นเราประสบปัญหาน้ำท่วมสินค้าบางตัวผลิตไม่ได้ แต่ดีลเลอร์ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นอย่างดี ด้วยการรับซื้อสินค้าที่มีอยู่ในตอนนั้นทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความประทับใจที่ดีลเลอร์มีต่อเรา ทำให้เราก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้ และการปรับแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้สามารถสู้กับคู่แข่งในตลาดได้แล้ว ยังถือเป็นอีก 1 กลยุทธ์ในการรองรับการเปิดเออีซีที่เกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย” กอบกาญจน์ กล่าว

สำหรับปัจจัยที่น่ากังวลมากที่สุดในปีหน้าคือ ปัญหาด้านบุคลากรที่จะนำเข้ามาร่วมงาน เพราะหลังจากที่ 1 ม.ค. จะมีการประกาศขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ อาจทำให้หาแรงงานยากมากขึ้น เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่อาจเลือกทำงานในถิ่นฐานเดิม เพราะไม่ต้องเสียค่าครองชีพที่แพงขึ้น

ขณะเดียวกันตอนนี้ก็เริ่มมีแรงงานจากต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ เข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้นแล้ว สังเกตได้จากการเจอพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ต้องรู้เขารู้เรามากขึ้น เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558

ด้าน ยูกิฮารุ อาดาชิ ประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทเดินหน้าปรับแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะมียอดขายในรอบบัญชีปี 2556 (เม.ย. 2556-มี.ค. 2557) คาดว่าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.21.3 หมื่นล้านบาท จากรอบบัญชีปี 2555 ที่จะจบลงในเดือน มี.ค. 2556 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อนถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดคือ หมวดภาพและเสียง 40% ตามด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 20% และสินค้าไอที 78%

ขณะที่ในปีหน้า บริษัทจะมีสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่องในส่วนของตู้เย็นก็จะมีลวดลายต่างๆ ออกมามากมายโดยเฉพาะตู้เย็น 1 ประตู ขณะที่กลุ่มทีวีปีหน้ามีแผนที่จะนำแอลอีดีทีวีขนาด 84 นิ้ว เข้ามาทำตลาดพร้อมกันทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวเครื่องนวดหน้า และสินค้าถ่านไฟฉายเข้ามาทำตลาด ซึ่งสินค้าที่ออกใหม่ทั้งหมดจะเน้นไปที่กลุ่มเฮลท์ตีและบิวตี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ