
OFMหวังหุ้นเอเชีย
แก้ฟรีโฟลตไต่ขึ้นSET100กรุยเส้นทางออกนอกใน3ปี
แก้ฟรีโฟลตไต่ขึ้นSET100กรุยเส้นทางออกนอกใน3ปี
OFM ตั้งเป้าเข้า SET 100 ในปีหน้า ให้หุ้นอยู่ในสายตาต่างชาติ กรุยเส้นทางสู่การเป็นหุ้นออนไลน์ของเอเชีย
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท (OFM) เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเป็นหุ้นออนไลน์ของเอเชียภายหลังควบรวมกิจการกับบริษัท ปราณพร ในเครือจิราธิวัฒน์ และย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดังนั้น กลยุทธ์ต่อไป คือ หากบริษัทจะต้องอยู่ในดัชนี SET 100 ในปี 2556 เพื่อให้หุ้นได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับการทำธุรกิจที่ต้องการรุกตลาดต่างประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนใน 23 ปีข้างหน้า
“หากจะอยู่ใน SET ต้องทำให้หุ้นมีการซื้อขายอย่างน้อย 30 ล้านบาทต่อวัน” นายวรวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าในเดือน ม.ค. 2556 จะได้ข้อสรุปแนวทางการแก้ไขสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต) เพราะภายหลังกลุ่มจิราธิวัฒน์เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 75% กลุ่มตระกูลอุ่นใจเหลือ 16% ทำให้หุ้นที่หมุนเวียนในกระดาน (ฟรีโฟลต) ของ OFM ลดลงเหลือ 9% ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกำหนดให้มีฟรีโฟลตขั้นต่ำ 15%
ในเบื้องต้นทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จะเป็นผู้ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง แต่ในรายละเอียดของการลดสัดส่วนการถือครองหุ้นว่ากลุ่มใดจะเป็นผู้ขายและขายในสัดส่วนเท่าใดนั้น คงจะมีการหารืออีกครั้ง และคาดว่าน่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2556
อย่างไรก็ตาม เท่าที่รับฟังผู้ถือหุ้นรายใหญ่ส่วนใหญ่ไม่มีความประสงค์จะขาย เนื่องจากเห็นว่าทิศทางธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตอีกสูงมาก แต่จำเป็นต้องลดสัดส่วนการถือครองเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยสาเหตุที่บริษัทให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟรีโฟลต เพราะต้องการให้หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขาย เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอต่อการถูกนำเข้าไปนับคำนวณในดัชนี SET 100
นายวรวุฒิยอมรับว่าราคาหุ้นของ OFM ปรับเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด 2 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อปี 2553 ด้วยราคาจองที่ 4.90 บาท และขณะนี้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) อยู่ที่ 74 เท่า ค่อนข้างสูง แต่ภายหลังการควบรวมกิจการกับกลุ่มจิราธิวัฒน์จะทำให้พีอีปรับลดลงเหลือ 50 เท่า และในปี 2556 คาดว่าจะลดต่ำลงอีก เมื่อผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตในระดับที่ดี
สำหรับผลประกอบการในปี 2556 คาดว่ารายได้จะขยายตัว 20% จากปีนี้ เพราะในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้างภายในหลังการควบรวมในปี 2557 เป็นต้นไป จึงจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ภายหลังควบรวมกิจการ OFM มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ในระดับหมื่นล้านบาท ทุนชำระแล้ว 320 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
ด้านราคาหุ้นวันแรกที่ย้ายเข้ากลุ่มบริการหมวดพาณิชย์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรากฏว่า ราคาหุ้นปิดทรงตัวใกล้ภาพรวมดัชนีหุ้นไทย โดยปิดที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น0.42%







