
ปัจจัยเสี่ยงของตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
เทศกาลคริสต์มาสอาจทำให้ตลาดหุ้นไทยเงียบเหงา แต่การรอเจรจาแก้ปัญหาทางการคลังของสหรัฐกับแรงขายของกองทุนทริกเกอร์และกองทุนประหยัดภาษี ทำให้บรรยากาศการลงทุนทั้งตลาดหุ้นและตลาดโภคภัณฑ์เงียบเหงากว่า
ทั้งนี้ แม้ว่าแรงซื้อกองทุนประหยัดภาษีหรือกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ยังคงสนับสนุนให้ดัชนียืนเหนือสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 15.5 เท่า
แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสเชื่อว่าเป็นความเสี่ยงที่ดัชนีจะตกแรงในช่วงต้นปี 2556จากแรงขายกองทุนประหยัดภาษีที่จะครบกำหนด 2.6หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้น กองทุนทริกเกอร์ในประเทศประมาณ 3,847 ล้านบาท ขยับใกล้ระดับเป้าหมายและพร้อมขายในช่วงถัดไป
ขณะที่ปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐจะเริ่มเจรจาคืนวันที่ 27 ธ.ค.นี้ตามเวลาประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นหลังเลื่อนโหวตในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ วิเคราะห์ว่าจะเหลือวันเจรจาเพียงวันดังกล่าวเท่านั้น ก่อนที่จะโหวตคืนวันที่ 2829 ธ.ค.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งกว่าจะรู้ผลคงเป็นเช้าวันที่ 30 ธ.ค.
หากพ้นกำหนดนี้ในปี 2556 สหรัฐจะเผชิญกับการปรับขึ้นอัตราภาษีเงินได้ที่จะปรับขึ้นทุกขั้นขั้นละ 2% และการตัดลดงบประมาณ 1.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยอัตโนมัติที่จะกดดันตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกปี 2556 ของสหรัฐและตลาดหุ้นผันผวนด้วยข้อจำกัดด้านเวลา
นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ เชื่อว่าท้ายที่สุดหากมีข้อตกลงในปีนี้ทันเวลาจะเป็นเพียงการตกลงในบางประเด็นเท่านั้นที่จะทำให้ตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์แกว่งตัวแคบต่อไปจนกว่าจะมีทิศทางที่ชัดเจน







