
สั่งทอท.ปรับแผนฉุกเฉินหลังมีเหตุที่ภูเก็ต
ชัชชาติสั่งทอท.ปรับปรุงมาตรการฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุเครื่องบินสายการบินแอร์เบอร์ลินไฟลุกเครื่องยนต์ จอดคารันเวย์นานกว่า 6 ชั่วโมง
ชัชชาติสั่งทอท.ปรับปรุงมาตรการฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุเครื่องบินสายการบินแอร์เบอร์ลินไฟลุกเครื่องยนต์ จอดคารันเวย์นานกว่า 6 ชั่วโมง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์ทางอากาศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 โดยได้สั่งการให้ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ปรับปรุงมาตรการฉุกเฉินและการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ หลังจากที่เมื่อเวลา 20.30 น. วานนี้ (20ธ.ค.) เกิดเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินแอร์เบอร์ลิน ขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินภูเก็ตหลังนำเครื่องขึ้นได้ประมาณ 30 นาที แต่จังหวะที่นำเครื่องลง เกิดไถลรันเวย์จนล้อหลังยางระเบิดไฟลุกไหม้ และใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมงจึงเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนปลอดภัย
ทั้งนี้ สนามบินภูเก็ตถือเป็นสนามบินนานาชาติที่สำคัญมีสายการบินชาร์ดเตอร์ไฟล์ทบินตรงมาลงเป็นจำนวนมาก จนมีความแออัดและรองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถสูงถึง 140% และมีรันเวย์เดียว เมื่อเกิดปัญหาต้องหยุดการบินนานถึง 6 ชั่วโมง จึงส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและสายการบินอื่นๆ ต่อเนื่องกันไป ทอท.ต้องไปทบทวน ระยะเวลาการแก้ไขปัญหาว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ อุปกรณ์ และเครื่องมือรับเหตุฉุกเฉินมีเพียงพอหรือไม่ โดยในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบปัญหาที่ท่าอากาศยานภูเก็ตอีกครั้ง
ด้านนายสมชัย สวัสดีผล รักษาการผู้อำนายการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า พร้อมรับนโยบายไปเร่งปรับปรุงมาตาการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ดียิ่งขึ้น โดยจะพยายามใช้เวลาการเผชิญเหตุให้น้อยลง โดยเหตุการณ์เครื่องบิน แอร์เบอร์ลิน เกิดอุบัติเหตุที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. และเริ่มกลับทำการบินได้ตามปกติในเวลา 03.30 น. มีเครื่องบินภายในประเทศติดค้างช่วงเกิดเหตุ 5 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 4 เที่ยวบิน และมีเที่ยวบินเปลี่ยนท่าอากาศยานลงจอด 5 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ประมาณ 1,046 ราย ซึ่ง ทอท.ได้จัดหาที่พัก อาหาร และอำนวยความสะดวกจนขณะนี้ผู้โดยสารทั้งหมดออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ นายอภินันท์ วรรณางกูร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) กล่าวถึงสาเหตุของการขอลงจอดฉุกเฉินของสายการบินเบอร์ลินว่า เกิดจากเครื่องยนต์1เครื่องจากที่มีอยู่ทั้งหมด 2 เครื่อง เกิดขัดข้องและดับลงกะทันหัน ทำให้เครื่องไม่สามารถทำการบินต่อไปได้ ศูนย์ควบคุมการบินกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลซีย ซึ่งดูแลการจรจาทางอากาศจึงได้ทำการควบคุมเครื่องบินลำดังกล่าวมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินภูเก็ตได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบทำให้เที่ยวบินดีเลย์รวม 23เที่ยวบิน เช่น มีเครื่องที่ไม่สามารถบินขึ้นจากสนามบินภูเก็ตจำนวน 8 เที่ยวบิน เครื่องที่ต้องไปเปลี่ยนลงจอดที่สนามบินอื่นแทนสนามบินภูเก็ตจำนวน 10 เที่ยวบิน เครื่องที่ต้องบินกลับไปยังสนามบินต้นทางหรือสนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 2 เที่ยวบิน เป็นต้น







