
อินเด็กซ์ฯ จุดพลุเคาต์ดาวน์พม่า คาด5 ปี ธุรกิจอีเวนต์เทียบชั้นไทย
นับตั้งแต่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือพม่าในอดีต เปิดประเทศเพื่อเตรียมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ถือเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันให้พม่ากลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความหอมหวนในการลงทุนรอบด้าน ซึ่งรวมถึงในธุรกิจการจัดกิจกรรมอีเวนต์ ที่บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ตัดสินใจหันหัวรบทางธุรกิจไปยังตลาดใหม่ในพม่าด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือพม่าในอดีต เปิดประเทศเพื่อเตรียมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ถือเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันให้พม่ากลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความหอมหวนในการลงทุนรอบด้าน ซึ่งรวมถึงในธุรกิจการจัดกิจกรรมอีเวนต์ ที่บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ตัดสินใจหันหัวรบทางธุรกิจไปยังตลาดใหม่ในพม่าด้วยเช่นกัน
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า กิจกรรมขนาดใหญ่แรกที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ คือ งานเมียนมาร์ เคาต์ดาวน์ 2013 หรือ “Myanmar Countdown 2013” ที่เมืองย่างกุ้ง เพื่อต้อนรับปีใหม่ 2556 และนับเป็นครั้งแรกของประเทศพม่าที่จัดเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่
พร้อมกันนี้ ยังเพื่อเปิดรับศักราชกับงานวันชาติพม่า หรืองาน Independent Day เพื่อถ่ายทอดแบรนด์พม่าสู่สายตานานาชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศพม่าที่มีการจัดงานใหญ่ และให้ประชาชนชาวพม่ามีส่วนร่วมกับงานเมียนมาร์ เคาต์ดาวน์ 2013 ซึ่งบริษัทได้รับการอนุญาตจากทางรัฐบาลของพม่าให้สามารถจัดงานในครั้งนี้
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนราว 100 ล้านบาท ในด้านอุปกรณ์ระบบต่างๆ และใช้งบราว 35 ล้านบาท ในการจัดอีเวนต์ดังกล่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของพม่าไปสู่สายตานานาชาติ โดยร่วมทุนกับบริษัท ฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป สื่อยักษ์ใหญ่ของพม่า ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัท อินเด็กซ์ เอ็มไอซีวี (MICVMyanmar Index Creative Village) สร้างสรรค์งานนี้
สำหรับสถานที่การจัดงานครั้งแรกในปีนี้ คือ “เมียนมาร์ กราวด์” ขนาด 6.7 หมื่น ตร.ม. หรือราว 40 ไร่ ในงานมีไฮไลต์ อาทิ เหล่าศิลปินดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียงของประเทศพม่า ที่พร้อมใจมาร่วมงานจุดพลุนับพันลูกหน้าพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ฯลฯ
“เนื่องจากเป็นการจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่ครั้งแรกของประเทศพม่า บริษัทคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน จากปัจจุบันเมืองย่างกุ้งมีประชากรราว 4.5 ล้านคนซึ่งถือเป็นปีที่เริ่มต้นปูพื้นฐานการสร้างงานเคานท์ดาวน์ในปีต่อๆไป” เกรียงไกร กล่าว
ด้าน นรินทร์เดช ทวีแสงพานิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคอาเซียน บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า บริษัทยังเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการสื่อสารด้านต่างๆ ด้วยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานเคาต์ดาวน์ปีใหม่ให้แก่ชาวพม่า เช่น เฟซบุ๊ก เป็นต้น ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานเคาต์ดาวน์ของประเทศต่างๆ ทั้งประเทศที่เริ่มเคาต์ดาวน์เป็นประเทศแรก และวิธีการเคาต์ดาวน์ของแต่ละประเทศ
“กิจกรรมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ หรือ เคานท์ดาวน์ ถือเป็นเรื่องใหม่ของคนพม่า ที่ไม่รู้จักมาก่อนนับตั้งแต่ปิดประเทศ การที่บริษัทได้เข้าไปจัดอีเวนต์ใหญ่ในครั้งนี้ ยังเป็นการโปรโมทงานไปสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกด้วย”นรินทร์เดช กล่าว
ก่อนหน้านี้พฤติกรรมของชาวพม่าในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มักเป็นการเฉลิมฉลองภายในครอบครัว ซึ่งการที่บริษัทตัดสินใจขยายธุรกิจอีเวนต์ไปยังพม่า เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แบบยกแผงด้วย โดยในปีหน้าเมื่อมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวอีก บริษัทคาดว่าจะได้เจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภค (คอนซูเมอร์ โปรดักต์) ท้องถิ่น แบรนด์สินค้าระดับอินเตอร์เนชันแนล มาร่วมสนับสนุน (สปอนเซอร์) แน่นอน จากในปีนี้บริษัทเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด
เกรียงไกร กล่าวเสริมว่า การที่บริษัทตัดสินใจขยายธุรกิจในพม่า ด้วยมองเห็นโอกาสจากธุรกิจอีเวนต์ในอีก 45 ปีข้างหน้า จะมีอัตราการเติบโตทัดเทียมกับประเทศไทย จากปัจจุบันประเทศดังกล่าวอยู่ระหว่างพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ และเชื่อว่าภายใน 23 ปีนับจากนี้ จะเติบโตมากกว่า 2 หลักอย่างต่อเนื่อง
“ปัจจุบันในเมืองหลวงใหม่ของพม่า กรุงเนย์ปิดอว์ พบว่ามีนักลงทุนจากญี่ปุ่นและจีนเข้าไปฝังตัวอยู่มากเพื่อรอตลาดขยายเช่นกัน การลงทุนครั้งนี้ของบริษัทถือเป็นการลงทุนที่มองระยะยาวในทุกมิติ โดยปีหน้าคาดจะมีอีเวนต์ในพม่ากว่า 2 รายการที่บริษัทดำเนินการ อาทิ สงกรานต์ชาวพม่า” เกรียงไกร กล่าว
นอกเหนือจากเป็นการบุกอีเวนต์ครั้งแรกในพม่าด้วยกิจกรรมเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2013 ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณครั้งใหญ่ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกถึงภาพลักษณ์ใหม่ของพม่า ผ่านฝีมือเอเยนซีไทยด้วยเช่นกัน







