
หวั่นรัฐซุกหนี้กระทบฐานะคลัง
ธนาคารโลกหวั่นทุ่มประชานิยมผ่านแบงก์รัฐสร้างปัญหาก่อตัวเป็นหนี้ซ่อนเร้น คาดปีหน้าหนี้สาธารณะแตะระดับ 50% ของจีดีพี
ธนาคารโลกหวั่นทุ่มประชานิยมผ่านแบงก์รัฐสร้างปัญหาก่อตัวเป็นหนี้ซ่อนเร้น คาดปีหน้าหนี้สาธารณะแตะระดับ 50% ของจีดีพี
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นจากรวดเร็วในอนาคต หากรัฐบาลยังมีการดำเนินนโยบายประชานิยมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เนื่องจากในอนาคตไทยมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากกับนโยบายด้านการดูแลสังคมและบริการขั้นพื้นฐานต่างๆให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกัน การดำเนินนโยบายประชานิยมต่างๆของภาครัฐในขณะนี้ ซึ่งมีการดำเนินการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐ ยังมีความเสี่ยงที่จะส่งผลต่องบการเงินของสถาบันการเงินนั้นๆในระยะยาวและก่อตัวเป็นหนี้สาธารณะที่ซ่อนเร้น (Contingent liabilities) ซึ่งในท้ายที่สุดจะส่งผลต่อฐานะการคลังของประเทศจากการที่รัฐบาลจะต้องเข้ามารับภาระหนี้ดังกล่าวทั้งหมด
“สิ่งที่เป็นห่วงคือการกู้เงินไปทำนโยบายแล้วไม่เกิดรายได้ ควรนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในโครงการระยะยาวที่มีความจำเป็น เช่น ปฏิรูปการศึกษา สาธารณสุข ให้กระจายไปยังภูมิภาคที่ขาดแคลนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำหรือนำเงินไปช่วยเหลือกลุ่มที่ด้อยโอกาสโดยตรงเลยมากกว่า” น.ส.กิริฎา กล่าว
น.ส.กิริฎา กล่าวว่า ธนาคารโลกคาดว่าการขาดดุลงบประมาณในปี 2556 ของไทยจะอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.5% ของจีดีพี จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท และแผนการใช้จ่ายจากแหล่งเงินนอกงบประมาณในโครงการบริหารจัดการน้ำที่คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนที่ 6 หมื่นล้านบาท จากวงเงินรวม 3.5 แสนล้านบาท
ขณะที่หนี้สาธารณะของไทยในปีหน้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 45% ในสิ้นปีนี้ไปอยู่ในระดับใกล้เคียง 50% ของจีดีพี จากแผนการกู้เงินของรัฐบาลที่ส่วนใหญ่เป็นการกู้เพื่อใช้ในโครงการเงินนอกงบประมาณในโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งน่าจะมีมูลค่าสูงถึงกว่า 3.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.8%ของจีดีพี







