posttoday
จับตาการพัฒนาอุตสาหกรรมเวียดนาม

จับตาการพัฒนาอุตสาหกรรมเวียดนาม

17 ธันวาคม 2555

ในช่วงที่ผ่านมา เวียดนามได้พัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแซงหน้าไทยไปแล้วในหลายอุตสาหกรรม แม้ในปี 2555 สถานการณ์ของเวียดนามจะสะดุดลงไปบ้าง เนื่องจากรัฐบาลดำเนินนโยบายการเงินการคลังอย่างเข้มงวด ขณะที่ธนาคารพาณิชย์จำกัดการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดปัญหา NPLs รวมถึงอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพุ่งสูงถึง 20% ทำให้หลายบริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง

ในช่วงที่ผ่านมา เวียดนามได้พัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแซงหน้าไทยไปแล้วในหลายอุตสาหกรรม แม้ในปี 2555 สถานการณ์ของเวียดนามจะสะดุดลงไปบ้าง เนื่องจากรัฐบาลดำเนินนโยบายการเงินการคลังอย่างเข้มงวด ขณะที่ธนาคารพาณิชย์จำกัดการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดปัญหา NPLs รวมถึงอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพุ่งสูงถึง 20% ทำให้หลายบริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง

สถานการณ์ข้างต้น คาดว่าจะส่งผลกระทบเพียงชั่วคราวเท่านั้น และนับเป็นโอกาสทองสำหรับการไปลงทุนในเวียดนามในรูปการซื้อกิจการในราคาถูก ซึ่งมีหลายอุตสาหกรรมน่าสนใจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วมาก เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการก่อสร้างบูรณะประเทศ จากเดิมในปี 2548 เวียดนามมีปริมาณผลิต 29 ล้านตัน มากเป็นอันดับ 17 ของโลก และอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งผลิตปริมาณพอๆ กัน คือ 37 ล้านตัน แต่สถิติล่าสุดในปี 2554 เวียดนามผลิตปูนซีเมนต์ 50 ล้านตัน นับเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 8 ของโลกและอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ไทยผลิต 36 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของเวียดนาม คือภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซาลง ทำให้อุปสงค์ต่อปูนซีเมนต์ลดลงตามไปด้วย โดยในปี 2555 คาดว่าจะผลิตลดลงประมาณ 10% เหลือ 45–46 ล้านตัน ขณะที่ปูนซีเมนต์เป็นสินค้าราคาถูก ขณะที่น้ำหนักมาก ค่าโลจิสติกส์สูง และเป็นสินค้าที่มีอายุสั้น ต้องนำไปใช้งานภายในครึ่งปีนับจากวันผลิต

ขณะที่การส่งออกปูนซีเมนต์ไปจำหน่ายยังประเทศใกล้เคียง เช่น ลาว กัมพูชา ฯลฯ ต้องประสบปัญหาที่ทั้งสองประเทศเริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า และต้องเผชิญกับการแข่งขันจากปูนซีเมนต์นำเข้าจากประเทศไทย ที่แบรนด์ติดตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นแนวทางแก้ไข คือ การส่งออกในรูปปูนเม็ด ซึ่งเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปในราคาต่ำเพียงแค่ 36–37 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 เวียดนามส่งออกในรูปปูนเม็ด 5 ล้านตัน แต่ส่งออกในรูปปูนซีเมนต์เพียง 1 ล้านตัน

สำหรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของเวียดนามประกอบด้วยบริษัทขนาดเล็กจำนวนมาก นับว่าแตกต่างจากไทยที่มีบริษัทขนาดใหญ่เพียง 3 บริษัท ทำให้ตลาดเวียดนามมีการแข่งขันสูงมาก ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของเวียดนามหลายบริษัทมีฐานะการเงินไม่ค่อยดีนัก ทำให้เป็นโอกาสสำหรับบริษัทต่างชาติเข้าไปซื้อกิจการ โดยล่าสุดเมื่อปลายปี 2555 บริษัท Semen Gresik ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซียและเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียและรายใหญ่อันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากกลุ่ม SCG ของไทย เพิ่งทำสัญญาจะเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในบริษัทผลิตปูนซีเมนต์ Thang Long Cement ซึ่งมีกำลังผลิต 2.3 ล้านตัน/ปี และมีแนวโน้มสูงว่าบริษัทแห่งนี้ จะขยายกำลังผลิตแซงหน้าเครือ SCG กลายเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า แม้ปัจจุบันเวียดนามจะด้อยกว่าไทย แต่ในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า เวียดนามจะก้าวกระโดดกลายเป็นผู้ผลิตเหล็กต้นน้ำรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัท Formosa Ha Tinh Steel Corporation ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ฟอร์โมซา ของไต้หวัน เพิ่งวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงถลุงเหล็กขนาดยักษ์ลงทุนมูลค่านับ 5 แสนล้านบาท เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2555 ขนาดกำลังผลิตมากถึง 15 ล้านตัน/ปี จ้างงานมากถึง 4–5 หมื่นคน

อนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่ที่ผลิตเหล็กจากสินแร่เหล็กแต่อย่างใด ปัจจุบันเกือบทั้งหมดของไทยเป็นโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตเหล็กจากเศษเหล็ก โดยยากที่จะก่อตั้งโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากการต่อต้านของประชาชนในพื้นที่

สำหรับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ แม้เวียดนามเพิ่งพัฒนาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดรถจักรยานยนต์ของเวียดนามมีขนาดใหญ่กว่าไทย คือ มีขนาด 3 ล้านคัน/ปี ขณะที่ไทยมีขนาดเพียง 2.2 ล้านคัน/ปี อย่างไรก็ตาม เวียดนามผลิตรถจักรยานยนต์ใกล้เคียงกับไทย คือ ประมาณ 3 ล้านคัน/ปี เนื่องจากไทยผลิตเพื่อส่งออกจำนวนมากกว่า ทำให้ตัวเลขยอดผลิตรวมทั้งจำหน่ายในประเทศและส่งออกใกล้เคียงกัน

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ของเวียดนามยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง อุตสาหกรรมสนับสนุนซึ่งเป็นการผลิตชิ้นส่วนยังไม่แข็งแรงนัก ต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมากกว่า แตกต่างจากไทยซึ่งผลิตชิ้นส่วนในประเทศแทบทั้งหมด ทั้งนี้ขั้นตอนการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนของเวียดนาม จะต้องดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สามารถเร่งรัดผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากอย่างทันทีทันใดได้

ส่วนอุตสาหกรรมผลิตโทรศัพท์มือถือนั้น ปัจจุบันเวียดนามล้ำหน้าไทยจนไม่เห็นฝุ่น เนื่องจากเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของบริษัท ซัมซุง ซึ่งตั้งโรงงานในพื้นที่ตอนเหนือของเวียดนาม ผลิตโทรศัพท์มือถือ 11 ล้านเครื่อง/เดือน จ้างงานมากถึง 2.4 หมื่นคน คาดว่าจะสร้างรายได้จากการส่งออกแก่เวียดนามในปี 2555 เป็นเงิน 3 แสนล้านบาท ขณะที่ไทยยังไม่มีโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ