
'กรุงไทย'แจงปล่อยกู้สุจริต
การตรวจสอบการทุจริตขายข้าวของรัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น จากการเปิดแผลและขยายผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน
การตรวจสอบการทุจริตขายข้าวของรัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น จากการเปิดแผลและขยายผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน
ชื่อของบริษัท สยามอินดิก้า ได้โผล่ขึ้นมาเป็นตัวละครสำคัญในข้อกล่าวหารัฐบาล ในฐานะเป็นผู้ส่งออกรายเดียวที่รัฐบาลขายข้าวให้ แต่สยามอินดิก้าจะไม่มีวันนี้หากไม่ได้รับโอกาสจากธนาคารกรุงไทย ที่ยอมปล่อยกู้ให้ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าบริษัท สยามอินดิก้า คือ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง และอยู่ในขั้นตอนการฟ้องล้มละลาย และส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวน
หากถามว่า ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้ลูกหนี้เน่าที่มาแต่งตัวใหม่แล้วมาขอกู้เงินจากธนาคาร ขอซื้อหนี้ของตัวเองมาบริหารนั้น เอาเปรียบเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่ ที่ปฏิบัติตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ให้กู้กับลูกหนี้เอ็นพีแอล ที่ไม่ใช่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามระบบ
เรื่องนี้ สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย ยืนยันว่า การปล่อยกู้ให้สยามอินดิก้าเป็นการบริหารธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามปกติ เงินที่ปล่อยกู้มีการควบคุมกระแสเงินสด และเงินทุนหมุนเวียนการทำธุรกิจ ขณะนี้ลูกค้าสามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ หากธนาคารไม่ปล่อยกู้สยามอินดิก้า ธนาคารอาจได้รับชำระหนี้คืนจากบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง น้อยกว่านี้ เพราะเพรซิเดนท์ฯ ไม่มีหลักทรัพย์อะไรเลย ขณะที่สยามอินดิก้าเข้ามารับชำระหนี้แทน และไม่ได้จับเงินกู้โดยตรง แต่เงินจะผ่านธนาคาร
ทางด้าน วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารพร้อมให้ตรวจสอบการปล่อยเงินกู้สยามอินดิก้า เพราะไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทุกอย่างมีที่มาที่ไป และทุกวันนี้ ธปท.ก็เข้ามาดูหลายครั้ง การปล่อยกู้ให้เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ยอมรับว่า หลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจจบ 1 วัน ก็มีการเรียกพนักงานธนาคารเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ และเป็นการรายงานตามปกติที่เรียกได้ว่า พนักงานธนาคารเข้าให้ข้อมูลบ่อยมากหลายรอบ ข้อมูลก็ใช้ของเดิม
“ปัจจุบันสยามอินดิก้าเป็นลูกค้าปกติ และเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ ซึ่งช่วงหนึ่งเคยมีปัญหาการส่งออก แต่ปัจจุบันจ่ายหนี้คืนได้ปกติ และลดหนี้ลงได้ครึ่งหนึ่ง คือจากเดิม 2,000 ล้านบาท เหลือ 1,000 ล้านบาท และปัจจุบันก็ไม่ได้ให้วงเงินเพิ่ม เพราะต้องการให้ชำระหนี้เก่าให้หมดเสียก่อน
สินเชื่อที่ธนาคารให้กับสยามอินดิก้าเป็นสินเชื่อแพ็กกิงเครดิต ไม่ได้ให้เป็นวงเงินกู้ทั้งก้อนเหมือนเงินกู้ทั่วไป ฉะนั้นหากจะมีความเสี่ยงสินเชื่อแพ็กกิงเครดิตก็มีความเสี่ยงเดียว คือ ลูกค้าไม่สามารถส่งออกได้ แต่ถ้าลูกค้ายังส่งออกได้ตามปกติ ลูกค้าก็ต้องนำแอล/ซี มาให้ขอสินเชื่อแพ็กกิงกับธนาคารเพื่อส่งออก” วรภัค ชี้แจง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย อธิบายต่อไปว่า ทุกครั้งที่ลูกค้าเบิกเงินกู้ต้องมีแอล/ซี ว่ามีคำสั่งซื้อสินค้า ธนาคารก็ควบคุมเข้มข้นเพื่อไม่ให้ลูกค้าใช้เงินผิดประเภท ซึ่งถ้าลูกค้าจะโกงก็มีโอกาสเดียวคือ ปลอมแอล/ซี แล้วมาขอสินเชื่อแพ็กกิงกับธนาคาร แต่การปลอมแอล/ซี ก็เป็นเรื่องยาก ยกเว้นธนาคารจะให้ความร่วมมือ
วรภัค ยอมรับว่า สยามอินดิก้าซื้อหนี้เพรซิเดนท์ฯ แต่มีเงื่อนไขว่า ธนาคารจะดูแลวงเงินการรับจ่ายให้กับสยามอินดิก้า เงินต้องผ่านเข้าธนาคารก่อน แล้วนำกำไรส่งคืนให้ลูกค้า และช่วงที่สยามอินดิก้ามาขอเงินกู้กับธนาคารก็ไม่มีชื่อ อภิชาติ จันทร์สกุลพร แต่หากธนาคารไม่ทำอะไรเลย หนี้เก่าก็จะสูญ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่มีทางลด
สถิตย์ กล่าวว่า ธนาคารไม่มีการเรียกสอบพนักงานธนาคารหลังจากข้อมูลบริษัท สยามอินดิก้า หลุดไปในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ และหากหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบต้องการข้อมูล ก็สามารถเปิดเผยได้ ธนาคารจะได้ชี้แจงว่าเรื่องเป็นอย่างไร
“ผมยังไม่เข้าใจว่าต้องสอบพนักงานเรื่องอะไร ไม่เห็นว่าจะมีอะไร เรื่องนี้ทุกอย่างแบงก์ทำตามกรอบ” สถิตย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า การให้กู้กับสยามอินดิก้านั้นทำในรูปการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ได้มีใบสั่งจากการเมืองแต่อย่างใด
แม้ธนาคารจะยืนยันว่าทำตามกรอบของการทำธุรกิจธนาคารตามปกติ ไม่มีการผิดปกติแต่อย่างใด ก็ยังท้าทายต่อคำถามเรื่องจริยธรรมในการทำธุรกิจว่า หากลูกหนี้เอ็นพีแอลทุกรายทำเช่นนี้ ธนาคารจะยอมหรือไม่ และสมควรหรือไม่ที่จะทำเช่นนี้







