
‘ธปท.’ยืนยันเศรษฐกิจฟื้นแล้ว
ธปท.ฟันธงเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังข้อมูลภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ปีนี้ มีสัญญาณปรับดีขึ้นเกือบทุกส่วน
ธปท.ฟันธงเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังข้อมูลภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ปีนี้ มีสัญญาณปรับดีขึ้นเกือบทุกส่วน
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค.ปีนี้ ที่ออกมาในทิศทางที่ปรับดีขึ้น น่าจะถือได้ว่าเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นช่วงตกต่ำที่สุดไปแล้ว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจปรับดีขึ้น การบริโภคภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนติดลบ 0.5% ซึ่งโตใกล้เคียงกับแนวโน้มการเติบโตในช่วงปกติ ตามการใช้จ่ายของสินค้าคงทนและไม่คงทน เห็นได้จากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ที่เร่งตัวขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายการกระตุ้นภาครัฐ และรายได้เกษตรกรที่ขยายตัว 0.7% จากเดือนก่อนติดลบที่ 0.2% เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 0.9% อยู่ในเกณฑ์ดี จากเดือนก่อนที่ติดลบ 0.9% ซึ่งเป็นการลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์และการก่อสร้าง
สวนหนึ่งเพื่อทดแทนความเสียหายจากอุทกภัยที่ยังหลงเหลืออยู่บางส่วน และส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนรองรับการขยายตัวของอุปสงค์หรือความต้อกงารซื้อในประเทศที่ปรับดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ การรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ก็สูงกว่าทั้งปีที่แล้ว และจากการสอบถามภาคธุกิจและธนาคารพาณิชย์ความต้องการกู้เพื่อลงทุนก็สูงขึ้นด้วย ส่งผลให้สินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวสูงสนุบสนุนการใช้จ่ายให้ต่อเนื่อง ซึ่งในเดือน ต.ค.นี้ สินเชื่อรวมโต 15.2% สินเชื่อธุรกิจโต 13.6% และสินเชื่อครัวเรือนโต 16.5%
ภาวะดังกล่าวสอดคล้องกับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ต.ค. อยู่ที่ 52.1 จุด เพิ่มขึ้นจาก 50.2 จุด ในเดือน ก.ย.
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 54.8 จุด ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 55.2 จุด และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของการใช้กำลังการผลิต ที่ปรับสูงขึ้นในทุกหมวดอุตสาหกรรมมาอยู่ที่ระดับ 66.5% จากเดือนก่อน 62.5% โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการผลิตในกลุ่มเบียร์ ที่มีการเพิ่มกำลังการผลิต หลังช่วงออกพรรษาและเข้าสู่เทศกาลปีใหม่
นายเมธี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ก็เริ่มมีทิศทางการขยายตัวที่ดีขึ้น ธปท.คาดว่าการส่งออกปีนี้จะโตได้ตามคาดที่ระดับ 4.4% และปีหน้าโตที่ 9%โดยในเดือนนี้การส่งออกสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่ส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยเดือนก.ย.ส่งออกข้าวได้ใกล้ๆ 4 แสนตัน เดือนต.ค.เพิ่มเป็น 8.7 แสนต้น เช่น ส่งไปอิรัก ไอจีเลีย ไอเวอร์รี่โค้ท เป็นต้น
ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ก็มีทิศทางที่ดีขึ้น แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่าอีกสักระยะการส่งออกไทยก็น่าจะปรับดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำในเอเซีย อย่าง จีน เกาหลีใต้ ใต้หวัน ที่การส่งออกเขาเริ่มปรับดีขึ้นแล้ว เพราะตามปกติถ้าประเทศเหล่านี้ส่งออกดีขึ้นไทยจะดีขึ้นด้วย สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ในภาคการท่องเที่ยวเดือนนี้ก็ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมีจำนวนถึง 1.7 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อน 1.61 ล้านคน ตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจากจีนและมาเลเซีย ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี รายได้ของรัฐอยู่ในเกณณ์ดีตามการเพิ่มขึ้นของภาษีสรรพสามิตที่เร่งตัวขึ้นจากการจ่ายภาษีก่อนแล้วค่อยขอคืนทีหลังตามนโยบายรถคันแรก การจ้างงานเพิ่มขึ้นเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือก่อนหน้าเพิ่ม 0.3% ดดยเพิ่มตามภาคการเกษตรที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงเล็กน้อยอยู่ที่ 3.32%







