
อสังหาฯชิงตัวผู้รับเหมา ยืมมือแก้แรงงานขาด
ภาคการก่อสร้างถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบัน
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ภาคการก่อสร้างถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบันการลงทุนภาคก่อสร้างไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 8 แสนล้านบาท และมีธุรกิจก่อสร้างที่จดทะเบียนนิติบุคคลมากกว่า 8 หมื่นราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ขณะที่ตลาดภาคการก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของประเทศ รวมถึงขยายไปยังตลาดต่างประเทศในแถบอาเซียนและเอเชียที่มีการเติบโตสูง
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าภาคการก่อสร้างมีการจ้างงาน 6% ของการจ้างงานรวมทั้งประเทศ ในแต่ละปีมีการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 2.3-2.8 ล้านคน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ซึ่ง 80% เป็นแรงงานที่มีความรู้ระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ถือเป็นกลุ่มที่ขาดแคลนและมีการแย่งชิงกันอยู่เสมอ เนื่องจากแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดมีจำนวนค่อนข้างคงที่
ขณะที่แรงงานในระบบมีอายุสูงขึ้น และมีแนวโน้มถ่ายโอนแรงงานไปสู่ภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น
การแก้ปัญหาในระยะสั้นคือการพึ่งพาแรงงานจากต่างชาติ ซึ่งแต่ละปีจะมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในภาคก่อสร้างประมาณ 1.5 แสนคน มาจาก 3 ประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่อนุญาตให้ต่างด้าวเข้ามาทำงานได้
อย่างไรแรงงานที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พบว่าผู้ประกอบการยังต้องการแรงงานต่างด้าวอีก 8 หมื่น1 แสนคน
เร่งเพิ่มโควตาต่างชาติแก้แรงงานขาด
จักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มีการประเมินว่ามูลค่างานก่อสร้างในประเทศไทยปีนี้จะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 12-15% จากปี 2554 อย่างไรก็ตามปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคก่อสร้างส่งผลให้งานก่อสร้างหลายโครงการจะต้องชะลอการก่อสร้างหรือยืดงานก่อสร้างออกไปก่อน
ปัจจุบันสถาบันการก่อสร้างฯ อยู่ระหว่างเจรจากับกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้รัฐเปิดประเทศเพื่อรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น จากปัจจุบันที่ไทยจำกัดให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานเพียง 3 ประเทศ คือ ลาว พม่า และกัมพูชา แต่ขณะนี้แรงงานก่อสร้างจากพม่าเริ่มกลับประเทศเนื่องจากประเทศพม่าเริ่มมีงานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่า กระทรวงแรงงาน อาจจะมีการขอเพิ่มประเทศที่ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวสนใจที่จะเข้ามาทำงานในไทยอีก 3 ประเทศ คือ เวียดนาม บังกลาเทศ และศรีลังกา ซึ่งหากเปิดกว้างด้านแรงงานจะทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ดีกว่าเดิม
เพิ่มงานผูกปี-อัดฉีดเงินเอาใจผู้รับเหมา
ชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ กล่าวว่า ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือการขาดแคลนผู้รับเหมาคุณภาพ รวมไปถึงการขาดแคลนแรงงานและราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ทำให้ราคารับเหมาก่อสร้างในปีหน้าต้องปรับสูงขึ้นอย่างน้อย 10%
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างเร่งจองตัวบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างไว้ล่วงหน้าเพื่อให้รับงานก่อสร้างต่อเนื่องหลายงาน พร้อมกับให้เบิกเงินก่อสร้างล่วงหน้าได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้ 10% ของมูลค่างานก่อสร้างเพิ่มเป็น 20% ส่งผลให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น
ขณะที่ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า จากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน บริษัทได้เข้าไปช่วยผู้รับเหมา โดยการจ่ายค่าแรงให้เร็วขึ้น ทำให้ผู้รับเหมาไม่ต้องใช้เครดิตเทอม เพราะมีสภาพคล่องที่เพียงพอ
ด้าน อิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ต้นทุนงานก่อสร้างขยับขึ้นเฉลี่ย 7-12% โดยที่อยู่อาศัยแนวราบปัจจุบันอยู่ที่ 8,000-1.2 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. โครงการแนวสูง 8 ชั้น ปรับขึ้นเป็น 1.5-1.7 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. ส่วนอาคารสูงขยับขึ้นเป็น 1.9-2 หมื่นกว่าบาทต่อ ตร.ม. ซึ่งสาเหตุใหญ่มาจากต้นทุนแรงงานที่ขาดแคลน และคาดว่าในปีหน้าต้นทุนก่อสร้างจะขยับขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5%
ปัญหาแรงงานขาดแคลนจะยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกและลุกลามบานปลายต่อไปหากรัฐยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหา ที่สุดแล้วผู้บริโภคก็คงได้รับผลกระทบ ไม่ว่าการซื้อบ้านที่แพงขึ้นหรือการโอนบ้านไม่เป็นไปตามกำหนดจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ







