posttoday
กองทุนหวั่นเกิดฟองสบู่ลงทุนระวัง

กองทุนหวั่นเกิดฟองสบู่ลงทุนระวัง

26 พฤศจิกายน 2555

ผู้จัดการกองทุนหวั่นเกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ลงทุน เตือนระมัดระวัง ชี้หุ้นไทยหลายตัวแพงเกินไปแล้ว

ผู้จัดการกองทุนหวั่นเกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ลงทุน เตือนระมัดระวัง ชี้หุ้นไทยหลายตัวแพงเกินไปแล้ว

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ คือ การเกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กังวลในประเด็นนี้อยู่เช่นเดียวกัน

“ปริมาณเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งมีประมาณ 7 แสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องหนักใจสำหรับทางการไทยที่เป็นห่วงว่าจะเกิดฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ” นายพีรพงศ์ กล่าว

นายพีรพงศ์ กล่าวในงานสัมมนา “เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเศรษฐกิจไทย 2013 จะไปทางไหน?” ในงาน SET in the city โดยมี นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บลจ.อเบอร์ดีน และ น.ส.พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ร่วมให้มุมมอง

นายอดิเทพ กล่าวว่า นักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพราะปริมาณเงินที่ไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียอาจจะก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ได้

“การที่สหรัฐพิมพ์เงินออกมา สุดท้ายเงินจะไหลไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี ซึ่งอาจจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้น จนทำให้ราคาสินทรัพย์เหล่านั้นปรับเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ควรเป็น ซึ่งเชื่อว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจับตาในประเด็นนี้อยู่ แต่เราไม่มีทางรู้ว่ามันเกิดฟองสบู่หรือไม่ จนกว่าฟองสบู่มันจะระเบิดขึ้นมา” นายอดิเทพ กล่าว

นอกจากนี้ มองว่า ราคาหุ้นไทยบางตัวแพงเกินไป เช่น หุ้นบางตัวในกลุ่มธนาคารและอุปโภคบริโภค

“หุ้นบางตัวแม้ว่าราคาอาจจะปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว แต่จะบอกได้ว่าแพงเกินไปแล้วหรือไม่ ต้องพิจารณาสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ควบคู่กับการทำกำไรและอัตราการเติบโต ต้องระวังและรู้ว่าเราซื้อที่ พี/อี ระดับไหน อัตราการเติบโตเป็นอย่างไร ตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้นมี พี/อี 20 เท่า แต่ยังมีโอกาสเติบโต 15-20% และมีการจ่ายเงินปันผลก็อาจจะเป็นหุ้นที่ดีก็ได้” นายอดิเทพ กล่าว

ด้าน น.ส.พิมลวรรณ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ซึ่งตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายตัวก็ดีขึ้นในรอบ 4 ปี จึงประเมินว่าหากหน้าผาการคลัง หรือ Fiscall Cliff ไม่รุนแรง เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเดินหน้าไปต่อได้ ขณะที่ขณะเดียวกันปัจจัยบวกเล็กน้อยในปี 2556 ของเศรษฐกิจสหรัฐนั้นก็คือการฟื้นฟูหลังความเสียหายจากพายุเฮริเคนที่ที่ประเมินไว้ประมาณ 35,000-46,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กลุ่มอียูยังต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาค่อนข้างนาน ซึ่งมาตรการต่างๆเช่นมาตราการกองทุนรักษาเสถียรภาพเงินยุโรป แม้จะมีกลไกในการักษาและออกมารองรับปัญหาแต่ความกังวลที่เกิดขึ้นคือกองทุนจะเริ่มมีการอัดฉีดเม็ดเงินได้เร็วสุดเมื่อไร ขณะที่เงินกองทุนประมาณ 500,000 ล้านยูโรนั้นอาจจะช่วยกรีซได้เพียงประเทศเดียว แต่ไม่สามารถจะช่วยอิตาลี และสเปนได้ เนื่องจากเงินในกองทุนไม่เพียงพอ ซึ่งเรามองว่าปัญหาเหล่านี้จะส่งผลให้การฟื้นตัวของยูโรปนั้นอาจต้องใช้เวลานาน โดยการแก้ปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมดเหมือนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือผลักดันปัญหาที่เกิดขึ้นออกไป

ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เนื่องจากพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักประมาณ 60-70% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่อัดฉีด เช่น รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก รวมถึงการจำนำข้าว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ค่อนข้างเติบโต แต่ปีหน้าต้องดูว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69