
รายย่อยรุกอาเซียน
นักลงทุนรายย่อยไทยสนใจลงทุนผ่านอาเซียนลิงก์เกจมากขึ้น มุ่งไปสิงคโปร์มากกว่ามาเลเซีย 3 ตลาดหลักทรัพย์จัดทัพโรดโชว์
นักลงทุนรายย่อยไทยสนใจลงทุนผ่านอาเซียนลิงก์เกจมากขึ้น มุ่งไปสิงคโปร์มากกว่ามาเลเซีย 3 ตลาดหลักทรัพย์จัดทัพโรดโชว์
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในสัมมนาเรื่อง “เปิดวิสัยทัศน์นักลงทุนไทย เปิดรับเทรนด์อาเซียน” ในงาน SET in the City 2012 ว่า ตั้งแต่เปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ในกลุ่มอาเซียน (อาเซียนลิงก์เกจ) กลางเดือน ต.ค.เป็นต้นมา พบว่า ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่มีความสนใจลงทุนในหุ้นประเทศสิงคโปร์มากกว่ามาเลเซีย ซึ่งอาจเป็นเพราะนักลงทุนมีความคุ้นเคยกับประเทศสิงคโปร์มากกว่า
ขณะเดียวกันต้นปีหน้าตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 3 ประเทศ จะมีการแลกเปลี่ยนการไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ระหว่างกัน โดยเดือน ม.ค. ตลาดหลักทรัพย์|ของมาเลเซียและสิงคโปร์ร่วมกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เดินทาง|มานำเสนอให้นักลงทุนไทย และในเดือน ก.พ. ตลาดหลักทรัพย์ไทยจะเดินทางร่วมกับ บจ.ไปโรดโชว์ให้กับนักลงทุนมาเลเซียและสิงคโปร์
นายวิรไท กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในกลุ่มอาเซียนน่าจะได้รับการตอบรับดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามามากขึ้น เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่องใน 3-5 ปีนี้
ปัจจุบันเริ่มเห็นนักลงทุนสถาบันในกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มมีการนำเงินเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้มากขึ้น เช่นเดียวกับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ เพราะเศรษฐกิจในอาเซียนยังมีการเติบโตเอื้อต่อการเข้าลงทุน
ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนควรมองการลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนเป็นช่องทางในการบริหารความเสี่ยง เพราะตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นดีกว่าตลาดอื่นในภูมิภาคทุกปี เพราะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมายตั้งแต่ภัยธรรมชาติหรือปัญหาทางการเมือง ซึ่งจะเห็นได้จากปี 2550-2551 ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำกว่าอาเซียน เพราะได้รับผลกระทบการเมือง
สำหรับกรณีที่รัฐบาลออกประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ วันที่ 22-30 พ.ย.นี้ ซึ่งค่อนข้างตกใจและมองว่าออกมาเร็วกว่าที่คาด และเป็นตัวอย่างความเสี่ยงหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และเป็นเรื่องที่ประเมินผลกระทบยาก ทั้งนี้ต้องรอผลการชุมนุมก่อนว่าจะมีการยืดเยื้อและมีระดับการชุมนุมขนาดไหน
นายโกสินทร์ เจือศิริภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นคำถามแรกๆ ที่นักลงทุนจะสอบถามเข้ามา โดยส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล
ดังนั้น นักลงทุนควรมองการลงทุนในอาเซียนเพื่อบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยในประเทศด้วย โดยช่วงที่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ นักลงทุนอาจปรับพอร์ตขายหุ้นไทยออกมาก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์ หากสถานการณ์ยังไม่ดี ก็มองโอกาสการลงทุนในอาเซียน ส่วนการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของรัฐบาลนั้นนับว่าแปลก เพราะเป็นการใช้ พ.ร.บ.ก่อนที่จะมีการชุมนุม ตามโมเดลของไทยจะประกาศใช้กฎหมายต่อเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว







