
กรุงไทยเสี่ยงสำรองSSI
เหล็กเพิ่มทุนน้อย‘SCB’ไม่ห่วงหนี้แบงก์คึกให้กู้พุ่ง
เหล็กเพิ่มทุนน้อย‘SCB’ไม่ห่วงหนี้แบงก์คึกให้กู้พุ่ง
“กรุงไทย” โดนถล่มขาย เหตุกังวลตั้งสำรอง SSI สวนทางกลุ่มแบงก์เด้งรับข่าวสินเชื่อโตต่อเนื่อง
หุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) ถูกถล่มขายหนักในสัปดาห์นี้ โดยราคาปรับตัวลดลงมาแล้ว 6.55% เนื่องจากนักลงทุนกังวลการตั้งสำรองพิเศษจากการปล่อยกู้ให้กับบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) สวนทางหุ้นธนาคารใหญ่ อย่าง ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังตัวเลขสินเชื่อเดือน ต.ค.ยังคงเติบโตได้ดี
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ระบุว่า แรงขายหุ้น KTB เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการเพิ่มทุนของ SSI ที่ได้เงินเข้ามาเพียง 1,700 ล้านบาท น้อยกว่าแผนเพิ่มทุนมาก ทำให้มีความกังวลว่าเจ้าหนี้ 3 ราย ซึ่งประกอบด้วย KTB SCB และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) อาจต้องตั้งสำรองเงินกู้ที่ปล่อยให้กับ SSI ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ โดยเฉพาะ KTB ที่มีอัตราการตั้งสำรองต่ำสุดเพียง 7172% ทำให้มีความเสี่ยงที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มจากหนี้ที่ปล่อยให้กับ SSI ถึง 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ SCB และ TISCO มีอัตราตั้งสำรองสูงทำให้มีความเสี่ยงไม่มากนัก
สำหรับ SSI มีแผนเพิ่มทุน 1.94 หมื่นล้านหุ้น ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม นักลงทุนเฉพาะเจาะจง พันธมิตรธุรกิจ และบริษัทในเครือ ในราคาหุ้นละ 0.68 บาท แต่ล่าสุดสามารถขายหุ้นได้เพียง 2,548.57 ล้านหุ้น คิดเป็นเงิน 1,730.77 ล้านบาท
ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ SCB เปิดเผยว่า ไทยพาณิชย์ยังไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองพิเศษในกรณีของ SSI เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณการตั้งสำรองสูงถึง 130140% นอกจากนี้เชื่อว่าแผนเพิ่มทุนของ SSI จะเป็นไปตามเป้าหมายภายในสิ้นเดือนนี้
“เชื่อว่าเรื่องเพิ่มทุนของ SSI จะไม่มีปัญหา เพราะในฐานะเจ้าหนี้เราได้ขอให้เขาเพิ่มทุนมากกว่าที่จำเป็นเพื่อกันเหนียวไว้แล้ว ส่วนเหตุที่เงินยังเข้ามาล่าช้าเพราะเงินมาจากหลายส่วน จึงต้องทยอยเข้ามา แต่ยืนยันว่า SSI จะมีเงินเพียงพอหล่อเลี้ยงธุรกิจแน่นอน” นายอาทิตย์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเรื่องการเพิ่มทุนผ่านไปแล้ว ธนาคารเชื่อว่า SSI จะมีกระแสเงินสดไปจ่ายคืนเจ้าหนี้การค้าและกลับมาผลิตสินค้าเพื่อขายได้อีกครั้ง เพราะราคาเหล็กที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 8,000 ตัน เป็น 1 หมื่นตัน รวมทั้งแผนลดต้นทุนการผลิตจากเทคโนโลยีถ่านหินจะทำให้มีส่วนต่างกำไรเข้าสู่จุดสมดุลได้ภายในเดือน ก.พ.ปีหน้า
ด้านราคาหุ้น KTB วานนี้ ปิดตลาดที่ 17.10 บาท ลดลง 0.70 บาท หรือ 3.93% มูลค่าซื้อขาย 2,415.58 ล้านบาท
ส่วน BBL ปิดที่ 178 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,454.92 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 181 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,059.002 ล้านบาท และ SCB ปิดที่ 159 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,130.44 ล้านบาท
สาเหตุที่ราคาหุ้นแบงก์ใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะรับผลดีสินเชื่อเดือน ต.ค.ที่ยังเติบโตสูงถึง 12.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และโต 1.3% เทียบเดือน ก.ย.







