posttoday
ธนาคารกรุงเทพ เป็นที่หนึ่งไม่ยาก

ธนาคารกรุงเทพ เป็นที่หนึ่งไม่ยาก

23 พฤศจิกายน 2555

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

“การเป็นเบอร์หนึ่งไม่ยาก แต่การรักษาแชมป์ยากกว่า” โจทย์นี้น่าจะอยู่ในใจ “ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ “ธนาคารกรุงเทพ” เมื่อระบบทุนกำลังเปลี่ยนโลก อำนาจเงินพร้อมเดินทางไปทุกที่

ว่ากันว่าเรากำลังเดินทางไปสู่โลกใหม่ ระบบทุนผูกขาดกำลังถูกรื้อถอน ความเชื่อในระบบตลาดเสรีกำลังเข้ามาแทนที่ การแข่งขันที่เกิดจากจำนวนผู้เล่นรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นทับทวี จะกดทับสิทธิความเป็นเจ้าของให้ด้อยลง

คำถามคือ เมื่อยุคทองธุรกิจของตระกูลได้พ้นผ่าน การจะรักษาธุรกิจของตระกูลให้ผ่านพ้นพงหนามการแข่งขันจะเป็นไปในรูปแบบใด ในเมื่อผู้เล่นต่างทุ่มกำลังเงินด้วยการซื้อและซื้อ

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพเองก็เห็นภาพที่เริ่มฉายชัด “โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์” ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ยอมรับว่า ทุกวันนี้การเติบโตของธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งคือ เติบโตด้วยตัวเอง แต่เป็นการลงทุนที่ต้องใช้เวลา ต้องมีความลึกซึ้งเรื่องฐานลูกค้า และใช้เวลาในการสร้างบุคลากร กับสองคือ การใช้เงินซื้อ เพราะเห็นว่าการเติบโตด้วยตัวเองใช้เวลานานเกินไป

“Slow But Sure” จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารมองแล้วว่าเหมาะกับบุคลิกธนาคารกรุงเทพมากที่สุด

ที่สำคัญ บุคลิกนี้กลับทำให้ธนาคารมั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมเผชิญคลื่นฝนลมแรงในทุกสถานการณ์

“เราจะทำอย่างนี้ต่อไป แม้ต้องใช้เวลานาน เพราะเราเข้าใจฐานหลักของเราดี ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะเชื่อยังไง แต่ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าความสมดุลเป็นเรื่องสำคัญมาก ในขณะที่บางคนบอกความสมดุลไม่ใช่เรื่องใหญ่” โฆสิต กล่าว

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าผู้บริหารธนาคารขนาดใหญ่สุดของประเทศจะไม่แคร์เรื่องขนาดและอันดับ มีความจริงหนึ่งที่ว่าโลกนี้ไม่มีใครอยากเป็นที่สอง เลขหนึ่งคือสิ่งที่ธุรกิจทั้งหลายมุ่งมาดปรารถนา

“เรื่องอันดับหนึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย แต่ก็มีเรื่องความมั่นคง และความเข้มแข็งที่เป็นเป้าหมายของเราตลอดมาเช่นกัน” โฆสิต กล่าวพร้อมย้ำว่า สิ่งที่ธนาคารยังมุ่งมั่นให้ความสำคัญมี 3 เรื่อง หนึ่งคือ เรื่องขนาด สองคือ เรื่องความมั่นคงแข็งแรง และสามคือ การขยายอาณาเขต

“เราไม่อยาก Win เดียว เราอยากเป็นทั้งสาม Win” โฆสิต ย้ำ

ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ มองว่าทุกวันนี้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันกันตลอด ธนาคารสัญชาติต่างประเทศได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยอยู่แล้ว ต่อให้มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็ไม่ถึงขั้นต้องวิตกกังวล ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไม่น่ามีลักษณะเข้ามาในไทยอย่างพรวดพราด เพราะทุกวันนี้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้เล่นในตลาดก็วนเวียนอยู่เท่านี้ และธนาคารท้องถิ่นต่างก็มีความแข็งแกร่งในพื้นที่

ขณะที่เรื่องความมั่นคง ปัจจุบันสินทรัพย์รวมของธนาคาร 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 2.35 ล้านล้านบาท กระเถิบขึ้นจากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท สินเชื่ออยู่ที่ 1.55 ล้านล้านบาท จากสิ้นปีก่อน 1.47 ล้านล้านบาท ด้านเงินฝากอยู่ที่ 1.77 ล้านล้านบาท จากสิ้นปีก่อน 1.58 ล้านล้านบาท เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับ 15.4% แบ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (เทียร์ 1) 12.3% และมีการกันสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 191% ความแข็งแกร่งของธนาคารจึงไม่ใช่ปัญหา

โฆสิต กล่าวว่า สิ่งที่ธนาคารจะโฟกัสจากนี้คือการขยายอาณาเขต โดยมุ่งไปที่อาเซียนเป็นหลัก

“ความกว้างขวางของอาณาเขตเป็นเรื่องสำคัญ 1 ใน 3 เรื่องที่เรามองคือ ทำอย่างไรให้เรามีอาณาเขตที่น่าพอใจ ซึ่งวันนี้เราก็พอใจในอาณาเขตที่มีอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนิวยอร์ก จีน ไต้หวัน ฮ่องกง แต่เราจะโฟกัสอาเซียนอีก เรามองว่าจะทำอย่างไรให้เราเข้มแข็งในเรื่องพื้นที่ ซึ่งกรณีอาเซียนต่อไปไทยต้องอาศัยการร่วมงานระหว่างกัน ธนาคารพยายามดูแลเรื่องบุคลากรในต่างประเทศว่าเพียงพอหรือไม่ การขยายพื้นที่ในกัมพูชาเราก็อยากไป รวมทั้งพม่า วันนี้เรามีสำนักงานผู้แทนในย่างกุ้งมา 18 ปีอยู่แล้ว หากพม่าบอกว่าให้เข้าไปได้ เราจะวิ่งทันที” โฆสิต กล่าว

ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศรวม 13 เขตเศรษฐกิจสำคัญของโลก ได้แก่ จีน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว และพม่า ซึ่งประกอบด้วยสาขาต่างประเทศ 24 แห่ง สำนักงานตัวแทน 1 แห่ง และธนาคารในเครือที่ธนาคารกรุงเทพถือหุ้นทั้งหมด 2 แห่ง คือ Bangkok Bank Berhad (BBB) ในประเทศมาเลเซีย และ Bangkok Bank (China) Company Limited (BBC) ในประเทศจีน

ส่วนการขยายเครือข่ายต่างประเทศที่จะเห็นในอีกไม่ช้า คือ การเปิดสาขาเมดาน ในเมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย ผู้บริหารธนาคารคาดว่าน่าจะเห็นได้ไม่เกิน 2 ปีจากนี้ เป็นการเปิดสาขาแห่งที่ 3 ในอินโดนีเซีย จากปัจจุบันที่มีสาขาในเมืองจาการ์ตา และเมืองสุราบายา

โฆสิต ให้เหตุผลว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และลูกค้าของธนาคารได้เตรียมขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซียบ้างแล้ว การก้าวเข้าไปเปิดสาขาครั้งนี้จึงเป็นการเข้าไปพร้อมกับลูกค้า

“การขยายสาขาต่างประเทศต้องดูลูกค้าด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องดูนานแล้ว ธนาคารมีลูกค้าดีๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีแนวความคิดขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เพราะสุดท้ายจะเห็นตลาดไทยโตเต็มที่ จึงจะเห็นสาขาของธนาคารค่อยๆ ขยาย และขณะนี้ธนาคารก็กำลังมองไปที่กลุ่มประเทศอาเซียน”

หากพิจารณาในมุมผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ แม้จะเห็นความรุ่งโรจน์ของธนาคารในระยะต่อไป แต่ระหว่างทางสิ่งที่เกิดคำถามขึ้นในใจของลูกค้า และผู้ที่มองธนาคารเข้ามา คือ การปรับตัวทั้งผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับกลุ่มลูกค้ารายย่อย

นี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ธนาคารยังไม่ครบเครื่อง ขณะที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไทยต่างแข่งขันผลิตภัณฑ์การเงินสำหรับลูกค้ารายย่อยอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน เมื่อผลิตภัณฑ์การเงินลูกค้ารายย่อยได้กลายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันไปแล้ว

ชาติศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยอมรับว่านี่คือสิ่งที่ธนาคารต้องแก้ไขและปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรม เพราะความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไป วันนี้ลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงมาก เชื่อว่าจะเห็นการแข่งขันรุนแรงมากขึ้นในอีก 12 ปีจากนี้

“มีบางผลิตภัณฑ์ที่เราต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น สินเชื่อบุคคล แต่หลายผลิตภัณฑ์รายย่อยเราก็เป็นผู้นำได้เป็นอย่างดี เช่น สินเชื่อบ้าน และบัตรเครดิต เรายังมีความแข็งแรงและให้ความสำคัญอยู่ ซึ่งก็ยอมรับว่าลูกค้าเจเนอเรชันใหม่ๆ มีจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ฐานคนกลุ่มนี้ก็จะใหญ่ขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับลูกค้า” ชาติศิริ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ชาติศิริ แจงว่า ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมีการเติบโตสินเชื่อจำนวนไม่น้อย ในปี 2553 และ 2554 สินเชื่อเติบโต 1217% แต่ปีนี้อาจเติบโตช้าลงเล็กน้อยอยู่ที่ 67% เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน เมื่อธนาคารเห็นโอกาสในจุดใดที่สามารถขยายตัวได้เต็มที่ ธนาคารก็จะทำ เพราะปัจจุบันเรื่องเงินกองทุนเป็นสิ่งที่ธนาคารแข็งแกร่งที่สุด และอาจมากที่สุดในระบบ การมองโอกาสทางธุรกิจจึงเป็นไปตามสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ

“เรายังอยากเป็นผู้นำตลาด บางอันยังไม่ดีพอก็ต้องปรับเปลี่ยน แต่ทุกอย่างอยู่ที่ความสามารถและความถนัด ซึ่งต้องใช้เวลา” นี่คือสิ่งที่ ชาติศิริ กล่าวย้ำ ในวันที่ธนาคารยังไม่เสียบัลลังก์ และพร้อมป้องกันแชมป์ด้วยโล่ของความแข็งแกร่ง

เมื่อธุรกิจไม่หยุดลมหายใจที่จะแข็งขัน ทุกอย่างจะได้เห็นกัน ไม่นานเกินรอ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน