
โต้งเชื่อหน้าผาการคลังไม่น่าห่วง
รมว.คลัง ชี้ สหรัฐดำเนินด้านการเงินการคลังอย่างระมัดระวัง ไม่น่ากระทบกับไทย แต่ห่วงการชุมนุมที่อาจส่งผลกับความเชื่อมั่น
รมว.คลัง ชี้ สหรัฐดำเนินด้านการเงินการคลังอย่างระมัดระวัง ไม่น่ากระทบกับไทย แต่ห่วงการชุมนุมที่อาจส่งผลกับความเชื่อมั่น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงปัญหาหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ของสหรัฐ ว่า ไม่น่ากระทบกับไทยมากนัก เพราะสหรัฐดำเนินการอย่างระมัดระวัง มีการประสานนโยบายทั้งด้านการเงินและการคลัง รวมทั้งมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณครั้งที่ 3 (คิวอี3) ที่จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสหรัฐ
ขณะที่ ภาวะเศรษฐกิจไทย ยังมีความแข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ ประกอบกับ รัฐบาลมีแผนลดงบประมาณขาดดุลในปีนี้เหลือ 3 แสนล้านบาท และเหลือ 2 แสนล้านบาทในปี 2556 ซึ่งเป็นการปรับสมดุลเศรษฐกิจในประเทศ จึงมั่นใจว่า ไทยจะไม่เจอปัญหาหน้าผาการคลังอย่างสหรัฐแน่นอน โดยปีนี้คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ 5%
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม 24 พ.ย. นี้ ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจด้วย ซึ่งหากเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็จะส่งผลดีกับทุกฝ่าย เพราะขณะนี้ มีนักลงทุนต่างชาติสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทยมาบ้าง แต่ได้ชี้แจงว่า สถานการณ์ในประเทศมีความมั่นคงมากขึ้น
และในวันนี้ นายกิตติรัตน์ ได้ไปเปิดงานมหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี (Set in the City 2012) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ตลาดทุนไทย ภายใต้โลกการเงินเสรี ว่า หากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เอาชนะความคาดหวังจากนักลงทุน บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ ก็ไม่มีเหตุผลที่ ตลท. จะต้องอยู่เหนือกว่าตลาดทุนของประเทศอื่น ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่าน ตลท. ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 22% และ 9 เดือนแรกของปีนี้ อัตราผลตอบแทนเกิน 26% แล้ว แม้ไทยประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปี 2554 สะท้อนถึงตลาดทุนไทยที่มั่นคง







