
ททท.ถกแผนหลังม็อบเลิก
โพสต์ทูเดย์
— ททท. มองข้ามช็อต ถกปรับกลยุทธ์หลังม็อบเลิก เล็งของบพิเศษ อัด 3 แผนหลักถี่ตลาดเอเชีย หวังเข้าเป้า 15.5 ล้านคนนายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยหลังการหารือร่วมกันระหว่างรองผู้ว่าการ ททท. ทุกฝ่าย ว่า ททท.ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นได้รวบรวมกลยุทธ์ 3 เรื่องหลัก สำหรับรุกตลาดเอเชีย
ทั้งนี้ ได้แก่ 1.การจัดทำฮาร์ดเซลส์ สนับสนุนงบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บริษัททัวร์ 7 ตลาด ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเชีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ จีน และอินโดนีเชีย ขณะตลาดที่เหลือเป็นตลาดไม่กระทบสามารถเดินทางมาได้ถี่และมีกำลังซื้อสูง
2.การจัดเที่ยวบินลักษณะเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) โดยบินตรงสู่ภูมิภาคอื่นแทนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เช่น ภูเก็ต และ 3.การทำตลาดแบบอินมาร์เก็ต ด้วยการใช้สื่อที่ได้รับความนิยมในแต่ละตลาดเป้าหมาย รวมถึงเพิ่มความถี่ในการรับรู้ การโฆษณาผ่านบิลบอร์ดขนาดใหญ่ เป็นต้น
นายประกิตติ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ททท.เชื่อว่าระยะสั้นการชุมนุมทางการเมือง ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ เพื่อรักษาระดับไม่ให้เกิดผลกระทบระยะยาว ซึ่งแผนทั้งสามแนวทางสำหรับตลาดเอเชีย หากต้องการเพิ่มความถี่สร้างการรับรู้อย่างหนัก ททท.อาจจะของบพิเศษในการทำตลาดครั้งนี้ แต่ขณะนี้ได้ใช้งบประมาณประจำอยู่
ด้านตลาดยุโรปและอเมริกาซึ่งไม่มีผลกระทบในการเดินทาง ททท.ได้ปรับยุทธ์การตลาด ด้วยการร่นเวลาการเชิญบริษัททัวร์ ผู้สื่อข่าว ตลาดตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน คูเวต ดูไบ เดินทางสำรวจเส้นทางในไทยเร็วขึ้นจากปลายปีนี้จากเดิมมีแผนเชิญเข้ามาราวปลายปีนี้ เป็นต้น
“
แผนนี้จะเสนอให้ผู้ว่าการททท.พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง และจะลงมือทันทีที่เหตุการณ์ยุติ ช่วงนี้จะเน้นการสร้างความเข้าใจภาพลักษณ์?ดี ซึ่งททท.หวังว่าการเชิญสื่อต่างประเทศราว 250300 คน ในช่วงที่ผ่านมา จะสร้างผลดีตามมา เพราะเมื่อมาถึงบ้านเราไม่ได้มีเหตุการณ์ที่รุนแรง”นายประกิตติ์ กล่าว






