
แนะรัฐใช้ภาษีหนุนเวนเจอร์ฯ
เวนเจอร์ แคปฯ ไทย ซบเซา มูลค่าเงินลงทุนลดวูบ ต่ำกว่าเวียดนาม ฟิลิปปินส์ แนะรัฐออกมาตรการสนับสนุน หวั่นช่องทางระดมทุนเอสเอ็มอีตีบตัน
เวนเจอร์ แคปฯ ไทย ซบเซา มูลค่าเงินลงทุนลดวูบ ต่ำกว่าเวียดนาม ฟิลิปปินส์ แนะรัฐออกมาตรการสนับสนุน หวั่นช่องทางระดมทุนเอสเอ็มอีตีบตัน
น.ส.ปณียา นิธิวรรณากุล เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายยุทธศาสตร์และการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผลวิจัย “ธุรกิจเงินร่วมลงทุน : กรณีศึกษาจากต่างประเทศ บทเรียนสำหรับแนวทางการดำเนินนโยบายในไทย” ว่า อุตสาหกรรมกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ของไทยชะลอตัวลงมาก โดยถูกจัดอันดับความน่าสนใจลงทุนอยู่ในอันดับที่ 34 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลงถึง 6 อันดับ จากปี 2550
ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนสะสมของกองทุนร่วมลงทุนของไทยในช่วง 7 ปีหลังสุด (2548-2554) อยู่ที่ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนอยู่ที่ 2.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 1.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ
นอกจากนั้นในช่วง 3 ปีหลังสุด มูลค่าลงทุนของกองทุนร่วมลงทุนในไทยลดลงอย่างชัดเจน โดยมีมูลค่าลงทุนในแต่ละปีต่ำกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าของเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ที่มีมูลค่าลงทุนเฉลี่ยตั้งแต่ 203-597 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญของธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน คือ ผู้ประกอบการขาดการส่งเสริมเพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับธุรกิจ ไม่มีเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ขาดระบบบริหารจัดการที่ดีเพียงพอ และไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนร่วมลงทุน ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกลไกและช่องทางที่เชื่อมต่อระหว่างนักลงทุนและผู้ประกอบการ รวมทั้งมาตรการสนับสนุนด้านภาษี
“กองทุนร่วมลงทุนสำคัญกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรม เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น ช่วยยกระดับธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตและแข็งแกร่ง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดันกองทุนร่วมลงทุนเติบโตขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญมาก” น.ส.ปณียา กล่าว
สำหรับข้อเสนอแนะที่จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมดังกล่าว คือ ภาครัฐควรให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในเรื่องนวัตกรรม ทักษะการบริหารจัดการ ตลอดจนความเข้าใจเรื่องแหล่งทุน ผ่านโครงการบ่มเพาะ หรือการจัดสัมมนาต่างๆ ส่งเสริมให้มีการร่วมลงทุนตั้งแต่ช่วงก่อตั้งกิจการ จากปัจจุบันที่เริ่มลงทุนในช่วงขยายกิจการ สนับสนุนให้มีการร่วมลงทุนระหว่างไทยและต่างชาติ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และถ่ายโอนเทคโนโลยี นอกจากนั้นภาครัฐควรให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับผู้ลงทุน หรือเข้าร่วมลงทุนกับเอกชน เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและสร้างความเชื่อมั่น







