
ย้ำทุกคนได้ดูพรีเมียร์ลีกซีทีเอชเร่งคุยพันธมิตร
ขณะนี้บริษัทที่น่าจับตามองที่สุดคงหนีไม่พ้น เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือซีทีเอช (CTH) ผู้คว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (อีพีแอล) มาไว้ในครอบครองเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2013/2014-2015/2016 ด้วยมูลค่าลิขสิทธิ์ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ผู้ประมูลจะไม่เปิดเผย แต่คาดการณ์ว่าจะสูงเกือบหลักหมื่นล้านบาท
ขณะนี้บริษัทที่น่าจับตามองที่สุดคงหนีไม่พ้น เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือซีทีเอช (CTH) ผู้คว้าลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (อีพีแอล) มาไว้ในครอบครองเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2013/2014-2015/2016 ด้วยมูลค่าลิขสิทธิ์ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ผู้ประมูลจะไม่เปิดเผย แต่คาดการณ์ว่าจะสูงเกือบหลักหมื่นล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจ คือ โมเดลในการทำธุรกิจของซีทีเอช จะสร้างความคุ้มค่าให้กับการลงทุนครั้งนี้มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญประชาชนจะสามารถเข้าถึงคอนเทนต์นี้ได้มากขึ้น ในราคาที่เหมาะสมหรือไม่
แม้ว่าขณะนี้ภาพที่ออกมาจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่เบื้องต้น กฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง ได้กล่าวย้ำว่า ทุกคนมีโอกาสได้ดูอีพีแอลแน่นอน
ขณะที่ภารกิจสำคัญของซีทีเอชในปีนี้ หลังจากการเข้ามาของกลุ่มวิชัย ทองแตง และกลุ่มทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ตระกูลวัชรพล คือการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของธุรกิจเคเบิลทีวีในเมืองไทย จากภาพการเป็นเคเบิลท้องถิ่นสู่เคเบิลทีวีระดับชาติ ตามด้วยการปรับปรุงบริการ หรือโครงข่าย สู่ระบบดิจิตอล บรอดแบนด์ โดยทยอยเปิดตัวพันธมิตร อาทิ ทีโอที ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น และล่าสุด ฮิวเลตต์แพคการ์ด หรือเอชพี ในการวางระบบเมโทรเน็ต
“เป้าหมายของซีทีเอช คือ การเป็นผู้ให้บริการแบบทริปเปิล เพลย์ และควอด เพลย์ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการรับชมรายการโทรทัศน์ที่แตกต่างไปจากเดิม และจะได้รับชมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน” กฤษณัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพจะยังไม่ชัดเจนตอนนี้ แต่สามารถบอกได้ในเบื้องต้นว่า จะเป็นการรับชมแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ที่ผู้ชมสามารถโต้ตอบกับรายการได้ อาจจะมีคอมเมนต์ร่วมไปกับรายการผ่านหน้าจอ หรือแสดงความเห็นไปยังคอมเมนเตเตอร์ที่ต่างประเทศได้ ส่วนอัตราค่าบริการยังไม่สรุปตอนนี้ เพราะจะมีแพ็กเกจหลากหลาย แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า พยายามให้ทุกคนได้ดูการแข่งขันนี้มากที่สุด
ปัจจุบันผู้ให้บริการเคเบิลทีวีจะเรียกเก็บค่าบริการที่ 350-500 บาทต่อเดือน โดยมีฐานสมาชิกของเคเบิลทีวีมีประมาณ 3 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ 1.9 ล้านครัวเรือน และต่างจังหวัด 2.1 ล้านครัวเรือน
ทั้งนี้ จากเป้าหมายของซีทีเอช คาดว่าการวางโครงข่ายใหม่จะแล้วเสร็จและพร้อมให้บริการทั่วประเทศในต้นปี 2556 และคาดว่าฐานสมาชิกของซีทีเอชจะเพิ่มเป็น 45 ล้านครัวเรือน ในสิ้นปี 2556 รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่าจะเข้าถึง 10 ล้านครัวเรือน ภายในปี 2557
ในแง่บริการบนโครงข่าย ช่วงแรกจะเริ่มด้วยช่องรายการผ่านโทรทัศน์ ปลายปี 2556 จะให้บริการทริปเปิล เพลย์ คือ ทั้งภาพ เสียง และอินเทอร์เน็ต และปีต่อไปจะให้บริการแบบควอด เพลย์ คือ ผ่านระบบเคลื่อนที่ได้ด้วย ซึ่งซีทีเอชจะเป็นรายแรกในประเทศไทยที่สามารถให้บริการแบบนี้ได้ ทุกบริการรวมอยู่เพียงสายเดียว ไม่ต้องมีกล่องรับสัญญาณจำนวนมากเป็นคอนโดมิเนียมเหมือนทุกวันนี้
สำหรับการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นคอนเทนต์หนึ่งที่สามารถสร้างกระแสความสนใจได้มาก เพราะถึงวันนี้ชื่อของซีทีเอชก็โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ
กฤษณัน กล่าวว่า วันนี้เครือข่ายซีทีเอชมีช่องพร้อมให้บริการรวม 120 ช่องรายการ เป็นช่องความคมชัดสูง (เอชดี) 20-30 ช่อง ครอบคลุมทุกความต้องการของทุกคนทั้งเด็ก ครอบครัว รายการบันเทิง ข่าวสาร สาระ พรีเมียร์ลีกเป็นคอนเทนต์พิเศษที่เพิ่มเข้ามาเพื่อตอบสนองคนที่ชอบดูกีฬา ซึ่งในอนาคตเป้าหมายของซีทีเอชจะมีถึง 500 ช่องรายการ และทั้งหมดสามารถเป็นระบบเอชดีได้
ด้วยโมเดลทางธุรกิจที่วางไว้ จะทำให้ซีทีเอชคุ้มกับการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านที่ควักออกไป รวมทั้งนโยบายของบริษัท คือ เปิดกว้างสำหรับพันธมิตรทุกราย ซึ่งขณะนี้กำลังคุยอยู่ จะได้ข้อสรุปหรือไม่ อย่างไร ทำได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ละเอียด เพราะกฎ ระเบียบของอีพีแอลค่อนข้างละเอียดและเข้มงวด
แน่นอนว่า วันนี้ซีทีเอชได้ทำให้สภาพตลาดของเคเบิลทีวีในประเทศไทยได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิมค่อนข้างมาก จากเคเบิลท้องถิ่นที่ต้องสู้รบปรบมือกับรายใหญ่มานาน ผงาดขึ้นมาแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกันแน่นอนว่าสภาพการตลาด การแข่งขันย่อมสูงยิ่งขึ้น จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นแกรมมี่ อาร์เอส และทรูวิชั่นส์ ที่ต้องดิ้นกันสุดตัวเพื่อก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจ ส่วนใครจะแพ้หรือชนะน่าจะได้เห็นกันไม่เกิน 2-3 ปีนี้







