
กำไรบจ.โต15%ปีหน้า
ปีนี้ยอดขายดีขึ้นมาร์จินเพิ่มโรงแรมสดใสท่องเที่ยวคึกคัก
ปีนี้ยอดขายดีขึ้นมาร์จินเพิ่มโรงแรมสดใสท่องเที่ยวคึกคัก
บล.เอเซีย พลัสธนชาต คาดกำไร บจ.ปีหน้าโต 15% ใกล้เคียงปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์เผยไตรมาส 3 มาร์จินเพิ่มเป็น 18.50%
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังคงยืนยันตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 5.5% และปี 2556 ขยายตัว 4.55.5%
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า บริษัทวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 170 บริษัท หรือ 95% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) คาดว่ากำไรของ บจ. จะอยู่ที่ 7.2 แสนล้านบาท เติบโต 16% และคาดว่าปีหน้ากำไรจะเติบโตจากปีนี้ 15%
ทั้งนี้ ในงวด 9 เดือนปีนี้ บจ.เหล่านี้ประกาศกำไรออกมาแล้ว 5.5 แสนล้านบาท เติบโตเพียง 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าไตรมาส 4 บจ.จะมีกำไร 1.7 แสนล้านบาท เติบโต 254% เนื่องมาจากฐานเดิมของช่วงเดียวกันปีก่อนต่ำมาก
สำหรับดัชนีหุ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,237 จุด หรือสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2555 ที่ 14 เท่า ปี 2556 ดัชนี 1,420 จุด หรือพี/อี 14 เท่า
ด้านนายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต ประมาณการดัชนีหุ้นปีหน้าไว้ที่ 1,350 จุด และกำไร บจ.เติบโต 15% ใกล้เคียงกับปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 1415%
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขา ธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า กลางเดือน ธ.ค.นี้ สมาคมจะทำการสำรวจประมาณการกำไร บจ. และประมาณการดัชนีปีนี้และปีหน้าของนักวิเคราะห์อีกรอบ ภายหลังผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกออกมา
ก่อนหน้านี้ บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์กำไร บจ.ปีนี้ โตเฉลี่ย 21% จากปีก่อน และประมาณการดัชนีปีนี้ไว้ที่เฉลี่ย 1,268 จุด และดัชนีสูงสุดที่ใกล้ 1,300 จุด
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีนี้ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 449 บริษัท หรือ 93.93% ของทั้งหมด มีกำไรสุทธิรวม 216,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 34.67% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมาถึง 66.40% ส่งผลให้งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 560,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.38%
นอกจากนี้ บจ.มียอดขายรวม 2,574,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.14% ในไตรมาส 3 และรวม 9 เดือน มียอดขายทั้งสิ้น 7,614,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.80%
“บจ.มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3 ทั้งกำไร ยอดขาย และมีความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (มาร์จิน) เพิ่มขึ้นจาก 17.83% เป็น 18.50%” นายจรัมพร กล่าว
สาเหตุที่กำไรของ บจ.เติบโตมากในไตรมาส 3 มาจากกลุ่มพลังงานมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากปริมาณและราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8,258 ล้านบาท พลิกจากงวดก่อนที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
“หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ บจ.ก็ยังคงมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้น 9.65% และ 13.49% ตามลำดับ โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การแพทย์ และพาณิชย์” นายจรัมพร กล่าว
นายไกรลักษณ์ อัศวฉัตรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปีหน้ารายได้เติบโต 1820% เพราะมีจำนวนโรงแรมมากขึ้น อัตราการเข้าพักก็ดีขึ้น คาดว่าราคาเฉลี่ยห้องพักจะสูงขึ้นจาก 1,850 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 4 จะมีกำไรได้พลิกจากขาดทุน 53 ล้านบาท ในไตรมาส 3
นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมาย 5 ปี กำไรจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 1520% แม้ปีนี้จะทำได้มากกว่า 1520% ก็ตาม คาดจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 22 ล้านคน จากปีนี้ 20 ล้านคน อัตราการเข้าพักและราคาเฉลี่ยต่อห้องก็ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็นมากกว่า 10% ได้ หลังจากปีนี้ทำได้ 9.2%
น.ส.ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) กล่าวว่า บริษัทอ้างอิงตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งปีหน้าประเมินไว้ว่าจะโต 5% ซึ่งบริษัทจะขยายตัวไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว







